ย้อนรอย 20 ปี ร่าง พรบ.ทรัพยากรน้ำ พศ….รวมอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 2558-2579

53

16

รายงานของ คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ
เรื่อง การพัฒนากลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน ้าเพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน และร่างพระราชบัญญัติทรัพยากรน ้า พ.ศ. …. ”

0000

(๖) ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ เพื่อการบริหารจัดการ มีองค์กร กลไก กฎหมาย (รวมทั้งข้อตกลง ความร่วมมือระหว่างประเทศ) ระบบการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่เป็น เอกภาพ และมีข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ บริหารจัดการได้รวดเร็ว อย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ (พ.ศ. 2558 – 2569)

ขณะนี้ได้ใช้ เป็นกรอบแนวทางในการกำหนดแผนงานโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณประจำปี และจะต้องมี การปรับปรุง แก้ไข ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ต่อไป

ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560 – 2579) ในอดีตที่ผ่านมาประเทศไทยมิได้มีการกำหนดวิสัยทัศน์ประเทศ เป้าหมายและ ยุทธศาสตร์ของประเทศในระยะยาว การบริหารราชการแผ่นดินของฝ่ายบริหารจึงให้ความสำคัญกับนโยบาย ของพรรคการเมืองหรือนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ทำให้นโยบายขาดความต่อเนื่อง ถือเป็นการสูญเสียโอกาสและสิ้นเปลืองทรัพยากรของประเทศ

ดังนั้นการกำหนดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เพื่อเป็น ยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศในระยะยาว พร้อมกับการปฏิรูปและการพัฒนาระบบและกลไกการบริหาร ราชการแผ่นดินในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้สามารถนำไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังจะช่วยยกระดับคุณภาพ ของประเทศไทยในทุกภาคส่วนและนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นหรือบรรเทาความรุนแรงของสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

อ่านรายละเอียด
13

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภาคประชาสังคมเข้ามามีบทบาทสำคัญ ร่วมขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศในหลากหลายมิติ รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ซึ่งล่าสุดร่วมขยับรุกคืบไปสู่การมีส่วนร่วมในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ โดยคณะกรรมาธิการ (กมธ.)ปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่มีนายปราโมทย์ ไม้กลัด สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นประธาน

เทียบสูตร จัดการน้ำยามวิกฤติ

เทียบสูตร จัดการน้ำยามวิกฤติ

ย้อนกลับไป ก่อนหน้านี้ประเทศไทยมีร่าง พ.ร.บ.น้ำ อยู่หลายฉบับ แต่ที่ถูกจับตามอง ประกอบด้วย 3 ฉบับ คือ 1.ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ของคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (ฉบับประชาชนเข้าชื่อ) 2.ร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ของกรมทรัพยากรน้ำ และ 3.ร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการน้ำ ของสปช. ซึ่งเป็นการพิจารณาศึกษาร่างกฎหมายฉบับ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ( คปก.)ร่วมด้วย

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2558 ที่ประชุม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติรับทราบข้อเสนอเรื่องกลไกการบริหารทรัพยากรน้ำ และร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พ.ศ… ของ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และมอบหมายให้ “กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” (ทส.) เป็นหน่วยงานหลักรับไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทาง และความเหมาะสมของข้อเสนอดังกล่าว ก่อนสรุปผลการพิจารณา หรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการ ครม.ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่รับแจ้งคำสั่ง เพื่อนำเสนอ ครม.นั้น

ทั้งมีการเผยแพร่เอกสาร สำนักเลขาธิการ ครม. ลงวันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 สอบถามความคืบหน้าเรื่อง ข้อเสนอแนะเพื่อการปฏิรูปมาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เรื่องการปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และร่างพ.ร.บ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พ.ศ….) ถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อ้างถึงหนังสือสำนักเลขาธิการ ครม.ที่ นร.0503/31544 ลงวันที่ 10 กันยายน 2558 ใจความว่า

ตามที่ได้แจ้งมติ ครม. (8 กันยายน 2558) มอบหมายให้ ทส. เป็นหน่วยงานหลักรับไปพิจารณาร่วมกับกระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงบประมาณ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางและความเหมาะสมของข้อเสนอแนะตามรายงานของคณะกรรมาธิการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาปฏิรูปแห่งชาติ เรื่อง การปฏิรูปกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและร่าง พ.ร.บ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พ.ศ. … และสรุปผลการพิจารณาหรือผลการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในภาพรวม แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป โดยที่ระยะเวลาล่วงเลยมานานแล้ว สำนักเลขาธิการ ครม. ยังมิได้รับผลการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

“ฐานเศรษฐกิจ” ได้สอบถามไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เปิดเผยว่า เป็นความจริง และจนถึงวันที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา ทางสำนักงานเลขาธิการ ครม. ยังไม่ได้รับหนังสือชี้แจงถึงเหตุผล ความล่าช้าดังกล่าว

เป็นที่น่าสังเกตว่า มติ ครม. เมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา ได้รับทราบสรุปผลการประชุมของ คณะกรรมการประสานงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) และการเสนอร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ.. (ฉบับกรมน้ำ) ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่งให้กับ สนช. เพื่อบรรจุระเบียบวาระเป็นเรื่องด่วนแล้ว แต่ร่างดังกล่าวขณะนี้อยู่ในขั้นของ วิป สนช. โดยให้สมาชิกไปพิจารณาเพิ่มเติมอย่างไม่มีกำหนด

ห้วงที่ผ่านมา เกิดเสียงสะท้อนเรียกร้องต่อเนื่องถึงความชัดเจนต่อการปฏิรูประบบบริหารจัดการน้ำของประเทศ รวมถึงจุดยืนต่อร่างกฎหมายภาคประชาชนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดย อนุกรรมการวิศวกรรมแหล่งน้ำ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ในฐานะคณะทำงานภายใต้คณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และที่ปรึกษาภายใต้คณะอนุกรรมาธิการการปฏิรูปการจัดการทรัพยากรน้ำ สปช. ที่ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รวมถึง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ในขณะนั้นอย่างต่อเนื่อง

และในวันที่ 8 ธันวาคมนี้ ทางสำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย (คปก.) เปิดเวทีเตรียมจัดงานโครงการเผยแพร่และกำหนดทิศทางการสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำแห่งชาติ พ.ศ.. ขึ้น เพื่อรับฟังความเห็นจากภาคประชาชนที่จะเข้าร่วมงานครั้งนี้ รวมถึงการกำหนดทิศทางการผลักดันร่าง พ.ร.บ.น้ำ ฉบับภาคประชาชน

ต่อเรื่องนี้ นายหาญณรงค์ เยาวเลิศ ประธานมูลนิธิเพื่อการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการ (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” โดยระบุว่า เป็นเวทีที่จะเปิดรับฟังความเห็นจากภาคประชาชน ตัวแทนลุ่มน้ำต่างๆ ต่อร่างพ.ร.บ.น้ำ พร้อมทวงถามความคืบหน้าต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

“ตอนนี้ภาคประชาชนหวั่นว่า จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย เหมือนกรณีของร่างกฎหมายหลายฉบับที่ผ่านมา ดังเช่น กฎหมายองค์การอิสระเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ที่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ออกมาเป็นรูปธรรม ข้อสรุปเบื้องต้น คาดว่า ภาคประชาสังคมจะไปยื่นหนังสือถึง ทส. สนช. และ ครม. เพื่อสอบถามความคืบหน้าเกี่ยวกับกฎหมายฉบับดังกล่าว” นายหาญณรงค์ กล่าว

คงต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมอย่างต่อเนื่องกันต่อไป…

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,111 วันที่ 6 – 9 ธันวาคม พ.ศ. 2558

14

รายละเอียดอัตราการเก็บค่าน้ำ…จากหน้า 1 นสพ.มติชนยืนยันว่า หากใช้น้ำทำนา ไม่เกิน 50 ไร่ ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำ

About แคน ไทเมือง

ชาวนาแก่ ๆ