การปฏิรูปประเทศไทยจะสำเร็จ ผู้นำจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์และซื่อสัตย์ : ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง

23

“หนึ่งในแนวทางการปฏิรูปประเทศเพื่อความอยู่ดีกินดีของประชาชน ประเทศมีความมั่นคง มั่งคั่ง และเติบโตอย่างยั่งยืน ผู้นำต้องมีความมุ่งมั่นทางการเมือง และมีวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง

ที่สำคัญ ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต มีความสามารถ กล้าหาญในการปกครอง และบริหารจัดการประเทศ ขณะเดียวกันก็ต้องทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความร่วมมือ และมีเจตจำนงร่วมกันในการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองด้วย เพราะดอกผลจากการปฏิรูป และการพัฒนาประเทศ จะตกถึงมือประชาชนทุกคนด้วยการมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

ศาสตราจารย์ (เกียรติคุณ) เกริกเกียรติ พิพัฒน์เสรีธรรม อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันได้รับการโปรดเกล้าฯเป็น ราชบัณฑิต สำนักธรรมศาสตร์และการเมือง ประเภทสังคม สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์ กล่าวกับ ทีมเศรษฐกิจ

“ราชบัณฑิตสภา ซึ่งมีนักวิชาการ นักกฎหมาย และนักเศรษฐศาสตร์หลายคน เห็นว่า การวางแนวทางและกลยุทธ์เพื่อกำหนดทิศทางการปฏิรูปประเทศไทยเป็นสิ่งจำเป็น และต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขณะเดียวกันก็เห็นว่า การวางเป้าหมายพัฒนาประเทศระยะ 20 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีเจตนาที่ดี

แต่ควรใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560-2564 เป็นจุดเริ่มต้นระยะแรกของยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศระยะยาว เพราะแม้จะมีประชาชนจำนวนมากชื่นชมยินดีกับวิสัยทัศน์ของผู้นำ แต่ก็มีไม่น้อยที่เห็นต่างออกไปด้วยเหตุผลที่เกรงว่าผู้นำรัฐบาลจะใช้แผนยุทธศาสตร์นี้เป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจ…”

ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ต้องพิจารณากันจริงจังโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงวิชาการ ผ่านการสื่อสารถึงภาคประชาชน ดังข้อความต่อไปนี้

เริ่มต้นจากโจทย์ข้อที่ 1.จะทำการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างไร เพื่อให้ประเทศเจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และประชาชนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

สิ่งแรกคือ ปฏิรูปโครงสร้างเบื้องบนที่เกี่ยวกับอำนาจการปกครอง บริหาร จัดการประเทศ ตามด้วยประสิทธิภาพ ความสามารถและความซื่อสัตย์สุจริตของระบบข้าราชการ กลไก และนักการเมือง ซึ่งต้องมีการกระจายอำนาจ การถ่วงดุล และการตรวจสอบการทำงานของกลไกรัฐ

ตามด้วยการเป็นรูปโครงสร้างเบื้องล่างที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการทำงาน หรือการประกอบอาชีพของประชาชน การเป็นเจ้าของปัจจัยการผลิต และการกำหนดผลตอบแทนการทำงาน รายได้ และการเพิ่มรายได้ของประชาชน โดยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจลง

โจทย์ข้อที่ 2.คือ การปฏิวัติหรือการรัฐประหาร 3 ครั้งในประเทศไทยที่สร้างสรรค์เปลี่ยนแปลงประเทศ และชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 24 มิ.ย. 2475 กับหลัก 6 ประการของคณะราษฎรในการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง ตามด้วยการร่วมมือและการขัดแย้งแตกแยกของคณะราษฎร จนถึงการรัฐประหารเมื่อ 8 พ.ย. 2490 และการปกครองแบบเผด็จการประมาณ 30 ปี ไปจนถึงการรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาการแตกแยก และสงครามกลางเมืองเมื่อ 20 ต.ค. 2520 หลังการล่มสลายของประเทศในอินโดจีน 2518-2519 ต่อด้วยเผด็จการขวาจัด และสงครามกลางเมือง การร่วมมือพัฒนาประเทศและการฟื้นฟูระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยกลับคืน

จนถึงการรัฐประหารเพื่อแก้ปัญหาการขัดแย้งแตกแยก และการกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในการพัฒนาประเทศเมื่อ 22 พ.ค. 2557 ทำให้เกิดการล้มเหลวของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ธุรกิจการเมือง การทุจริตคอร์รัปชันของนักการเมือง ข้าราชการ และพ่อค้าช่วง 30 ปีก่อน นับตั้งแต่ปี 2530 เรื่อยมา

อันนำไปสู่ความมุ่งมั่นทางการเมือง และวิสัยทัศน์ของผู้นำในการพัฒนาประเทศสู่การกำหนดยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของประเทศไทย

โจทย์ข้อที่ 3.การกำหนดยุทธศาสตร์ 20 ปี พ.ศ.2559–2579 กับการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 พ.ศ.2560–2564 ซึ่งว่าด้วยการกำหนดกรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาสังคมเศรษฐกิจของชาติในระยะยาวไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ.2560 โดยผ่านการลงประชามติของประชาชน

รวมถึงการตรากฎหมาย หรือกรอบยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องกำหนดไว้ในการบริหารประเทศ ภายใต้การกำกับดูแลของกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ทั้งในรูปราชการประจำและผู้ทรงคุณวุฒิ

โจทย์ข้อนี้ ยังกำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วในปี 2579 โดยมีเป้าหมายรายได้ต่อหัวของประชาชน ที่สำคัญดังนี้คือ

1.ในปี พ.ศ.2559 รายได้ต่อหัวของประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้ว 13,000 เหรียญสหรัฐฯ ขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชากรไทยเฉลี่ยเพียง 6,000 เหรียญ 2.เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้เศรษฐกิจประเทศไทยต้องเติบโตเฉลี่ยปีละ 5-6% และ 3.ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจเมื่อวัดโดยดัชนี GINI หรือความเท่าเทียมกันในการกระจายรายได้ให้เหลือ 0.36 หรือใกล้ค่า 0 มากที่สุด ขณะที่ปัจจุบันดัชนี GINI ของไทยในปี 2556 อยู่ที่ 0.46

เท่ากับมีกลุ่มประชากรที่ร่ำรวย 10% ของประชากรทั้งหมด ไม่เกิน 35 เท่าตัว

ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ยังได้กำหนดกรอบการทำงานไว้ 10 ด้าน โดยเริ่มต้นจากแผนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากำหนดไว้ 4 ด้าน พอเป็นสังเขปดังนี้

1.พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆเพื่อกระตุ้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

2.พัฒนาการทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี การวิจัย นวัตกรรมการผลิตในด้านต่างๆเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การทำงานของประชาชน และการแข่งขันทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศ

3.กระจายความเจริญทั่วประเทศ เพื่อให้เกิดความสมดุลในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมของประเทศ ทั้งในรูปของระบบการขนส่งคมนาคม และการพัฒนาด้านต่างๆ

4.ร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อพัฒนาการค้าขาย การลงทุน โดยเฉพาะกับประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่มอาเซียนโดยให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของอาเซียน

สำหรับความมุ่งมั่นทางการเมือง และความมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ ของ พล.อ.ประยุทธ์ในหลายด้านแม้จะมีอุปสรรค และปัญหาต่างๆมากมายจนทำให้ต้องเสียเวลาการทำงานไปกว่า 2 ปี แต่ในที่สุด เขาก็กล้าออก ม.44 เพื่อรับผิดชอบให้แผนพัฒนาประเทศตามยุทธศาสตร์นี้เกิดขึ้นได้จริง

ทั้งในเรื่องของเส้นทางสายไหมใหม่ของศตวรรษที่ 21 เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศในอาเซียน เชื่อมต่อยุทธศาสตร์กับการพัฒนาประเทศจีน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การขนส่งระบบราง โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูงซึ่งเป็นแกนสำคัญในการเชื่อมต่อกับยุทธศาสตร์กับจีน และประเทศต่างๆในทวีปยุโรป

การกล้าตัดสินใจในจังหวะเวลาที่เหมาะสมในช่วงวันที่ 3-5 ก.ย. 2560 กับกลุ่มประเทศพัฒนาที่เกิดใหม่ 5 ประเทศ คือ กลุ่ม BRICS ได้แก่ บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาที่มีประชากรรวมกันถึง 40% ของโลก มีขนาดเศรษฐกิจ (GDP) รวมกัน 25% ของโลก ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการพัฒนายุทธศาสตร์ 20 ปีดังที่กล่าวมา

4.ถ้าจะดูบทเรียนความสำเร็จ หรือล้มเหลวของประเทศเพื่อนบ้าน เทียบกับประเทศไทยตามแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่เริ่มจากความมุ่งมั่นทางการเมือง วิสัยทัศน์ และความซื่อสัตย์สุจริตของผู้นำนั้น ประเทศที่ล้มเหลว คือ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ส่วนประเทศที่ประสบความสำเร็จคือ สิงคโปร์ และมาเลเซีย

ความเติบโตของเศรษฐกิจ ทำให้เกิดดอกผลที่ตกถึงมือประชาชนในทุกด้านผ่านการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การค้นคว้าวิจัย และพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันกับต่างประเทศ

สู่การค้า การลงทุน การเชื่อมต่อทางเศรษฐกิจกับต่างประเทศในรูปแบบต่างๆ

เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้ประกอบการ และความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ส่วนรวม จนถึงกระบวนการยุติธรรมที่มีประสิทธิภาพ เอื้อต่อการลงทุน และการประกอบอาชีพของประชาชน

ยุทธศาสตร์ชาติยังกำหนดเรื่องของคุณภาพประชากร ระบบการศึกษาเพื่อการพัฒนาประเทศ และการสร้างความเป็นธรรมในสังคมไว้ด้วยว่า คุณภาพของคนจะต้องมาจากเรื่องของสุขภาพ พลานามัย ความรู้ความสามารถ ความมีระเบียบวินัย มีคุณธรรม ความดี

ตลอดจนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมที่ฝังความรักชาติ และการทำประโยชน์แก่ส่วนรวมไว้ในหัวของเด็กไทยทุกๆคน

ในขณะที่คุณภาพมาตรฐานของโรงเรียนและสถาบันการศึกษา จะถูกกำหนดตัวของโรงเรียนและสถาบันการศึกษาเอง รวมถึงการใช้จ่ายลงทุนด้านการศึกษา และประสิทธิผลของการลงทุน ซึ่งมีปัจจัยสำคัญจากคุณภาพของผู้บริหาร และครู อาจารย์

ทั้งนี้ รัฐบาลต้องให้ความสำคัญต่อการศึกษาของผู้บริหารประเทศในระดับต่างๆ ซึ่งต้องดำเนินไปในรูปแบบของการศึกษา และการหาความรู้ตลอดอายุ

สิ่งสำคัญที่ผู้นำต้องมีนอกเหนือจากวิสัยทัศน์ก็คือ ความซื่อสัตย์สุจริต หาไม่การปฏิรูปประเทศภายใต้ยุทธศาสตร์ทั้งหมดเหล่านี้จะไม่มีทางสำเร็จ ฉะนั้น ในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน และการสร้างประสิทธิภาพการทำงานของข้าราชการ หรือกลไกรัฐ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ผู้นำของข้าราชการ นักวิชาการ” รวมถึงนักการเมือง จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการรักษาผลประโยชน์ประเทศ เพราะความล้มเหลวในการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันมีผลกระทบโดยตรงต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองของประเทศ ขณะเดียวกันกระบวนการยุติธรรมจะต้องส่งเสริมและเกื้อกูลต่อความซื่อสัตย์สุจริต การรักษาระเบียบวินัยคุณธรรมความดี และความรับผิดชอบต่อผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่อการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศ

ปัจจุบันการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ความไม่เป็นธรรม หรือความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยเป็นอย่างไร ลองหาคำตอบจากเรื่องเหล่านี้ดูเอง

1.กรณีลูกชายเจ้าของเครื่องดื่มกระทิงแดง

2.บ้านของเศรษฐีที่ปลูกบนยอดเขาในป่าสงวนที่จังหวัดพังงา

3.ที่ธรณีสงฆ์กับสนามกอล์ฟอัลไพน์

4.การนำเข้ารถยนต์โดยสารที่ผลิตในประเทศอื่น โดยผ่านประเทศมาเลเซีย

5.การยกเลิกหนังสือเดินทางของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ทั้งหมดนี้ จะเป็นคำตอบต่อความสำเร็จ หรือล้มเหลวของยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี หรือความมุ่งมั่นทางการเมืองในการแก้ปัญหาประเทศไทยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทีมเศรษฐกิจ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 18 ก.ย. 2560

About แคน ไทเมือง

ชาวนาแก่ ๆ