เขื่อนปากมูลอย่าซ้ำเติมประชาชน…คนอุบลเขาช้ำมามากแล้ว

ท่วม1

ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป ทางเดินของ “พ่อปู่” ใครไปขวางทางออกทะเล ท่านก็สำแดงเดชให้เห็น เช่นภัยน้ำเอ่อท้น

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 พระราชทานแนวพระราชดำริเรื่องนี้ไว้หลายครั้ง คือเรื่องถนนหนทางขวางทางน้ำ…ต้องเจาะให้เขาผ่านไปให้ได้ ไม่ว่า ทางทิศตะวันออกกรุงเทพ เมืองหาดใหญ่ และฯลฯ

นาผมท่วมแล้ว แต่ไม่ถึงกับเดือดร้อน เพราะเราใช้ “ศาสตร์พระราชา” ป้องกันความเสี่ยงในการดำรงชีพอยู่แล้ว

จังหวัดปลายน้ำ เช่นนครพนม อุบลราชธานีล้วนมีความชำนาญในการรับมือภัยน้ำท่วมกันอยู่แล้ว

เพียงแต่ต้องเพิ่มความเข้มข้นและระดมจิตอาสาจากฝ่ายประชาชนให้มากขึ้น

เราคงผ่านพ้นวิกฤติไปได้ไม่ยาก

ขอเป็นกำลังใจให้กับทหารตำรวจ ข้าราชการ พ่อค้าประชาชน องค์กรมูลนิธิฯ…จิตอาสา

คนไทย ไม่ทิ้งกัน

แต่…เขื่อนปากมูลอย่าซ้ำเติมประชาชน…คนอุบลเขาช้ำมามากแล้ว

แต่…เขื่อนปากมูลอย่าซ้ำเติมประชาชน…คนอุบลเขาช้ำมามากแล้ว

ควรสั่งเปิดระบายน้ำเขื่อนปากมูลให้ทุกบาน…ด่วน!

ในอดีตมีคนรายงานพฤติกรรมเจ้าหน้าที่เขื่อนปากมูล และ เจ้าหน้าที่เฝ้าเขื่อนยางบ้านสร้างแก้วในลำน้ำโดม

มีพฤติกรรมปิดกั้นน้ำเพื่อเก็บปลาว่ายน้ำและกระโดดขึ้นสวนน้ำทาง “บันไดปลาโจน” โดยกลางวันเปิดปกติ กลางคืนจะปิดประตูระบายให้น้ำล้นทาง “บันไดปลาโจน” แล้วนำเครื่องมือดักปลาไปรองรับ

การปิดกั้นการระบายน้ำเช่นนี้ มีส่วนให้การเร่งระบายน้ำไม่เป็นไปตามธรรมชาติ

ซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน

ฝากท่านผู้มีอำนาจหรือฝ่ายทหารเข้าไปตรวจสอบ “ยามค่ำคืน” ด้วยครับ

แคน ไทเมือง

0000

อุบลราชธานี-นครพนม ยังอ่วม น้ำรอระบายลงโขง กรมชลฯ สั่งเร่งระบายลดผลกระทบ

นายทองเปลว กองจันทร์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้สถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลาย แต่จังหวัดปลายน้ำก็เริ่มเกิดอุทกภัยขึ้นแล้ว โดยเฉพาะที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจุดรวมแม่น้ำมูลและแม่น้ำชีก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ สั่งการให้เร่งลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน กรมชลประทานจึงเตรียมแผนเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำชีที่มีปริมาณน้ำมากลงสู่แม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง โดยเปิดบานระบายน้ำของเขื่อนในลำน้ำชีทุกแห่ง และใช้เครื่องผลักดันน้ำช่วยเร่งการไหลและจะชะลอน้ำจากแม่น้ำมูล บริเวณเขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ เพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำจากทั้ง สองแม่น้ำไหลไปรวมกันในเวลาเดียวกันที่ จ.อุบลราชธานี

ทั้งนี้ แม่น้ำมูลล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมชุมชนสองฝั่งแม่น้ำในเขตเทศบาลเมืองวารินชำราบและเทศบาลนครอุบลราชธานี โดยระดับน้ำมีแนวโน้มสูงขึ้น มีชุมชนต้องอพยพแล้ว 266 ครอบครัว กว่า 900 คน

ด้าน จ.นครพนม สถานการณ์น้ำท่วมยังอยู่ในช่วงเฝ้าระวัง เนื่องจากยังมีฝนตกลงมาซ้ำอีก โดยเฉพาะลำน้ำสงครามและลำน้ำอูนยังอยู่ในภาวะวิกฤต เนื่องจากมีระดับน้ำสูงประมาณ 11-12 เมตร เป็นจุดวิกฤตเกินความจุลำน้ำประมาณ 1 เมตร ล่าสุด จ.นครพนม ได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติเพิ่มจากเดิม 7 อำเภอ เป็น 10 อำเภอ

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ยังคงมี 10 จังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำท่วม ประกอบด้วย จ.สกลนคร กาฬสินธุ์ นครพนม ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา ร้อยเอ็ด อุบลราชธานี หนองคาย และพระนครศรีอยุธยา ประชาชนได้รับผลกระทบ 409,303 ครัวเรือน 1,267,372 คน

About แคน ไทเมือง

ชาวนาแก่ ๆ