“สาวขาเลาะ…ลำไย ไหทองคำ” แค่ปรากฏการณ์วูบเดียว แต่เสียหายสายธารวัฒนธรรม”หมอลำอีสาน”

25

คุณครูสาว – ครูหนุ่ม ผู้ทุ่มเทกับการสืบสานหมอลำ ยังมีอีกนับพันนับหมื่นตามโรงเรียน…บุคลากรด้านนี้ เรียนจบปริญญาตรีนาฏศิลป์…ไม่อายใคร
อย่าตกใจกับกระแส “โคเยลตี้” ที่แอบแฝงเอาศิลปะดั้งเดิมมาห่อหุ้มเรือนกายขายแลกเงิน

26

ดูเหมือนสังคมไทยค่อนข้างตกใจกับกระแส “สาวขาเลาะ” ลำไย ไหทองคำ อยู่มาก ถึงขนาดนายกรัฐมนตรีต้องออกปากปรามๆ ให้น้อยๆ หน่อย


แต่ในดีมีเสีย ในเสียมีดี เรื่องปกติของทุกวงการ เพลงหยาบคายในลูกทุ่งมีมาเสมอๆ…ในยุคสังคมลูกทุ่งไทยมีมานานแล้ว…แต่มาวูบเดียวก็หายไป ไม่จีรังยั่งยืน

ถ้าทำอย่างมีศิลปะก็สามารถลดความอุจาดลง ในจุดพอเหมาะพอควร งดงามและสร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

ว่าด้วยศิลปะวัฒนธรรมของชาวอีสาน มีมากว่าพันปี สืบทอดประเพณีอันดีงาม ผสมผสานเข้ากับ “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” ที่มีงานของพระศาสนามาเกี่ยวข้อง งานหมอลำก็มีส่วนบันทึก “ฮีตสิบสองคองสิบสี่” ในรูปแบบ “หมอลำ” และกลอนลำ

ด้วยว่าวัฒนธรรมอีสานติดตัวประชาชนมาตั้งแต่โบราณ เนื่องจากแอ่งอารยธรรมอีสานคือ “วัฒนธรรมไทย-ลาวลุ่มแม่น้ำโขง”  อาจเชื่อมโยงมาตั้งแต่สมัยบ้านเชียง หรือยุคชุมชนคนโบราณที่ผาแต้มด้วยซ้ำไป

ปราชญ์ชาวบ้าน ครูเพลง หมอลำ สืบสานตำนานมาตลอดเวลา ไม่มีสูญหาย

แก่นแท้จิตวิญญานอันมีมาแต่โบราณคลี่คลายไปตามสังคมสมัยใหม่มาตลอด ไม่เคยหยุดนิ่ง….เนื้อหาเปลี่ยนไป แต่ท่วงทำนองและจิตวิญญานยังคงอยู่

ว่ากันถึง “ลูกทุ่งหมอลำอีสาน” ในฐานะทำ “ข่าวบันเทิง” มานานปี สัมผัส “ศิลปินอีสานตัวจริง” มามากมาย ทั้งครูเพลง “ลูกทุ่งอีสาน” ชุดบุกเบิกและนักร้องมากมาย….แม้กระแสเพลงลูกทุ่งไทย เดิมจำกัดอยู่ที่ภาคกลางเป็นสำคัญ แล้วก็ส่งออกวัฒนธรรมเพลงลูกทุ่งสู่ทุกภาคทั่วประเทศด้วยวิทยุ

ตั้งแต่ยุค “ครูเบญจมินทร์” ศิลปินคนอีสาน เจ้าของคณะ “รวมดาวกระจาย” สู้กับครูเพลง สุรพล สมบัติเจริญ ปักหลักในเส้นทางลูกทุ่ง มาจนถึงรุ่น “ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา” “ทิดโส สุดสะแนน” “ดอย อินทนน์” ฯลฯ

สร้างผลงานสายกองทัพลูกทุ่งอีสานมาเนิ่นนาน สายธารวัฒนธรรมไม่เคยขาดดั่งสายสายน้ำไหล

ผมไม่อยากให้ตื่นเต้นมาก กับการแสดงบนเวที ที่มิใช่ “สายเสียง ขับ ร้อง รำ อันสุนทรีย์ ที่ครูเพลงโบราณสืบทอดกันมาตามพื้นถิ่นอีสาน

มีเอกลักษณ์ที่ยังอยู่ ทุกพื้นที่ บนดินแดนที่ราบสูงอันกว้างใหญ่ ข้ามไป สองฝั่งโขงถึงประเทศลาว

ไม่แต่เท้านั้น แทบทุกมหาวิทยาลัยในอีสาน จะเปิดแผนก “นาฏศิลป์” รองรับ มีครูเพลงหมอลำ ในระดับ “ศิลปินแห่งชาติ” ไปถ่ายทอด สร้างลูกศิษย์ลูกหา เต็มบ้านเต็มเมือง

ศิลปะด้านการ ร้องรำทำเพลง ที่มาจากฝีมือคนรุ่นใหม่ “หมอลำปริญญา” แทรกอยู่ทุกอณูของสังคมคนอีสาน รวมไปถึงคุณครูบาอาจารย์ในโรงเรียนทั่วไป

ในสายอาชีพปัจจุบันมี “เพชรเม็ดงาม” มาประดับวงการเพลงชื่อ “ครูสลา คุณวุฒิ” ที่ผลิตนักร้องแนว “ลูกทุ่งอีสาน” ครองตลาดในวันนี้ ยากที่จะหาค่ายเพลงไหนมาสู้ได้…เป็นที่ประจักษ์

ถือเป็น “บุคลากรอันทรงคุณค่า” ของสายธารวัฒนธรรม “หมอลำอีสาน” ได้อย่างน่าชื่นชม
เหมาะสมที่จะเป็นผู้นำทัพศิลปินลูกทุ่งอีสานสืบสานครูเพลงรุ่นเก่า อย่างทรนงองอาจ

0000

ว่าด้วย “หมอลำ”

พลวัฒน์ของวัฒนธรรมอีสาน พลิกผันมาเป็น “ลูกทุ่งอีสาน” ดาว บ้านดอน – ครูพงษ์ศักดิ์ จันทรุกขา หรือฉีกแนวมาเป็น “เพื่อชีวิต” ผ่านศึกมามากมาย

เวลานี้แตกไลน์ไปสู่สายสากลที่ได้รับการตอบรับจากต่างชาติมากมาย

ของแท้เท่านั้นจึงจะอยู่ยั้งยืนยง

กระแสดาวเต้นโคเยลตี้ลำไย อาจแรงกว่าสมัย “ลำซิ่ง” เพราะสื่อเข้าถึงแม้บนรถเมล์จนถึงบนเตียงนอน

แต่ไม่น่าห่วง มรดกอีสานปักหลักเข้มแข็งมากในสังคมไทย เพราะหมอลำรวมทั้งเสื้อผ้าหน้าผม ผ้าไทยอีสาน ท่ารำ เสียงร้อง ทำนอง ฯลฯ

จำได้ว่าในยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น “หมอลำ” แรงขนาดมีพระบรมราชโองการ “ห้ามละเล่นหมอลำกลางพระนคร”

ศิลปะอีสานฉีกแนวรับใช้สังคมได้ทั้งแบบสร้างสรรค์หรือแบบบำเรอกามหยาบคายมาก่อนนานแล้ว แต่ไม่มั่นคงยั่งยืน

มันเป็นเรื่องปกติของทุกสังคม ในดีมีเสีย ในเสียมีดี

สิ่งดีจะได้รับการสืบทอด สิ่งไม่ดีก็จะมาเป็นพักๆแล้วจะหายไป

เมื่อคืนเข้าไปกดดู “ไมค์ทองคำฝังเพชร” ครูสลา คุณวุฒิ, แม่บานเย็น รากแก่น,  ครูอิ้ดโปงลางสะออน…พยายามสร้าง “กองทัพวัฒนธรรมหมอลำอีสาน” ได้รับการตอบรับดีมาก

กองทัพมรดกอีสานรุ่นใหม่และต้นแบบหมอลำมากันหลายแสน รอเวลานำเสนอสู่สายตาคนทั้งโลก

มีศิลปินที่นำวัฒนธรรม “หมอลำ” ที่มีหลากหลาย คลี่คลายไปตามยุคตามสมัย กลายเป็นเพลงลูกทุ่ง กลายเป็นเพลงเพื่อชีวิต กลายเป็นเร็กเก้ และแนวร่วมสมัยที่ได้รับการตอบรับทั้งในไทยและต่างประเทศ

พัฒนาการก็มีอยู่ตลอดเวลา…คุณค่าที่สูงส่งจะยืนยงคงอยู่

แต่ใครนำ “ศิลปะ” มาใช้ในทางหยาบโลน ก็จะไปได้ไม่นาน

ถ้า “ลำไย ไหทองทำ” ไปรายการ “ไมค์ทองคำฝังเพชร” นี้คคงไม่ผ่านตั้งแต่การแต่งกาย…และเชื่อว่ารายการระดับ”ฝังเพชร” คง “ไม่ตื่น ไหทอง”


การขายเรือนร่างหน้าตา…ไม่สามารถลบ “ศิลปินตัวจริง” ลงไปได้


อย่างมากก็เป็นได้แค่ “หมอลำซิ่งกกขาขาว” หรือ โคเยลตี้ แหวกแข้งขาโชว์ลีลาลามก สนอง  ”ขาหื่น” ไปวัน ๆ


เงินทองที่ได้ คงพอทำให้เธอพ้นความยากจนไปได้บ้าง…แต่คงไม่สามารถสร้าง “เพลงให้เป็น “ตำนาน” ขึ้นมาได้


เมื่อเรือนร่างเสื่อมถอย เพลงพวกนี้ก็จะถูกกลบหายไป ตามคลื่นเพลงใหม่ๆ รุ่นหลังมากลบจนได้


การระดมปลูกฝัง “กองทัพนักร้องหมอลำอีสาน”…ขออย่าหยุดนะครับ…

ผมยังจำครูสลาทักทายเมื่อหลายปีก่อน…”พี่พาผมเข้าวงการ”

นึกอยู่นาน…อ๋อ…เพลง “สาวชาวหอ” ที่ให้รุ่งเพชร แหลมสิงห์ นำมาให้ผมโปรโมทและเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์

ตอนหลังครูสลา นำไปร้องใหม่…คุณภาพคับแก้ว เปิดชมได้ในยูทูป

ผมไม่ค่อยเชียร์ใครเป็นเรื่องเป็นราวในสายบันเทิง

แต่ในสายหมอลำลูกทุ่งอีสาน ผมต้องเชียร์ให้ใช้ “ความดี กลบความไม่ดี” เพราะมี “สายเลือดคนอีสานเต็มเปี่ยม”

ศิลปินอีสานยุคใหม่ ใช้พัฒนาการคลี่คลายท่วงทำนอง แก่นแท้จิตวิญญานคนอีสานให้เข้ากับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไปให้ได้


เป็นกำลังใจทีมงานและบุคลากรที่มุ่งมั่นสำเสนอ เสน่ห์อีสาน ฝากไว้ให้ลูกหลานสืบต่อ โดยไม่ย่อท้อ


แคน ไทเมือง

หมายเหตุ รายการ “ไมค์ทองคำหมอลำฝังเพชร”

About แคน ไทเมือง

ชาวนาแก่ ๆ