บทรำพึงก่อนสิ้นปี….ผ่านมา…แล้วก็ผ่านไป…

บทรำพึงก่อนสิ้นปี….ผ่านมา…แล้วก็ผ่านไป…

แคนหมายเหตุ : บันทึกเก่าเมื่อ 10 ปีที่แล้วในโอเคเนชั่น

บทรำพึงก่อนสิ้นปี….ผ่านมา…แล้วก็ผ่านไป…

ทุกสรรพสิ่งในโลกนี้ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ สลายไป …ตถตา

มันขึ้นกับว่า เราไปยึดเอาอะไรมาเป็นสรณะ

ระหว่างระบบ “ระบอบ” กับ “สารัตถะ” ประโยชน์ความเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมนั้น ๆ

ระหว่าง “รูปแบบ” กับ เนื้อหา”

ต้นไม้ประชาธิปไตย อาจดูดีอาจเก๋ไก๋ในสายตาชาวโลก และเป็นสิ่งที่ทุกสังคมอยากไปให้ถึง

แต่สิ่งหนึ่งต้องคิดถึง “สิ่งแวดล้อม” ที่ต้นไม้ประชาธิปไตยนั้นจะไปเจริญเติบโตด้วย

หลาย ๆ เสียงบอกว่า “ต้นไม้ประชาธิปไตย” ถูกชอนไชด้วย”ไวรัสระบอบทักษิณ” ด้วยสิ่งที่เป็น “เนื้อร้าย” ของระบอบประชาธิปไตย

บางทีการกำจัดเชื้อร้ายไม่อาจใช้ “เครื่องมือ” เท่าที่มีอยู่ในสังคมนั้น ๆ

เพราะเครื่องมือในระบอบประชาธิปไตยเท่าที่มีไม่สามารถ “เอาอยู่”

หรือแม้จะ “เอาอยู่” แต่โครงร่างของต้นไม้ประชาธิปไตยอาจบิดเบี้ยว ใบโกร๋น

เพราะโดนสิ่งแปลกปลอมกัดกินจนอาจจะยืนตายและกลายพันธุ์ได้ง่าย ๆ

หลาย ๆ เสียงบอกว่าให้ปล่อยมัน ทำไปเรื่อย ๆ เดี๋ยวระบบมันจะปรับตัวมันเอง…

นั่นก็เป็นความคิดเห็นในฝ่ายที่สนใจในระบอบ มั่นใจในการปรับตัวของประชาชน

แต่อาจลืมไปว่า กว่าจะปรับตัวเรียนรู้กับมัน เราอาจต้องเสียน้ำตา เสียชีวิตและทรัพย์สินอีกเท่าใดไม่มีใครตอบได้

แม้ใครจะว่ายังไง ในส่วนของผม ผมพอใจในการ ตัดกิ่ง ที่เน่า ๆ ทิ้งไป ก่อนที่เชื้อร้าย ๆ จะกัดกินไปทั้งต้น และโค่นล้มลงมาสร้างความเสียหายเกินกว่าจะเยียวยาได้

ผมจึงเรียกว่า ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ซึ่งพร้อมจะงอกใบใหม่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันไปอีก

ซึ่งก็ยังไม่รับประกันว่าจะมีการปฏิรูป ปฏิวัติ รัฐประหารอีกหรือไม่

สิ่งที่ต้องป้องกัน “เนื้อร้าย” นั้นจะทำยังไง หากผู้นำไร้จริยธรรม ระบบมีหนทางกำจัดหรือไม่

เมื่อระบบที่เป็นอยู่ ขาดภูมิคุ้มกัน หรือขาดวิธีกำจัดอย่างที่ควรจะเป็น เราจะหาทางป้องกันและแก้ไขอย่างไร

จริง ๆ แล้วสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นปรากฎการณ์ “หยุดแล้วแก้” หรือ “เดินไปแก้ไขไปตามระบอบของมัน”

สองขั้วความคิดนี่ไง ที่กำลังปรับตัว ต่อสู้กัน…

แต่ผมเชื่อว่า ประชาชนคนไทยที่อยู่ในประเทศนี้ “พอใจ” ในผลที่เกิดขึ้น มากกว่า “ไม่พอใจ”

ผมอาจจะคิดว่า เมื่อประชาชนส่วนใหญ่ต่าง “พอใจ” นี่ก็เป็น “ประชาธิปไตย” ที่มิได้มองแค่ “รูปแบบ” มากไปกว่า “เนื้อหา”

หากการปฏิรูปจะสร้างความพึงใจ สร้างความสมานฉันท์ สร้างความหวังใหม่ให้กับประชาชน

ผมก็คิดว่า นี่เป็น “วิถี” แบบไทย ๆ ซึ่งอาจนอกลู่นอกทาง แต่มัน “ได้ผล” ที่น่าพึงใจ

แม้ไม่เห็นด้วย…แต่..เข้าใจ…น่าจะเป็นการสรุปความรู้สึกได้ในห้วงเวลาเช่นนี้

ที่สำคัญ เราจะเดินไปสู่จุดหมายได้อย่างไร เราจะให้ทั้งสังคมยืนบนลำแข้งของทุกคนได้อย่างไร

นี่คือ “เป้าหมาย” สูงสุด…เมื่อเดินผิดทาง หลงทาง ก็ต้องตบ ๆ ให้เข้ามาในทางที่สร้างประโยชน์มากกว่าโทษ

ที่สำคัญ ประเทศไทยคือ “บ้าน” ของคนไทย ใครนอกบ้านจะวิจารณ์ยังไง ก็เป็นมุมมองของเค้า

บางเรื่องเราอาจต้อง “ปล่อยวาง” ปล่อยให้ความคิดต่าง ๆ งอกเงยขึ้นมาในสังคม

ถึงเวลาหนึ่ง ก็จะเกิดความรู้สึกร่วม ความเห็นร่วม ที่ทุกฝ่ายพอใจ

เราต้องให้เวลากับเรื่องยาก ๆ แบบนี้ มันจะคลี่คลายปัญหาของมันเอง…

ที่สำคัญสังคมไทยมิได้เกิดมาด้วยระบอบประชาธิปไตยนี่สิ…มันถึงเกิดปัญหา…

ประชาธิปไตย เกิดจากการรัฐประหาร 2475 เรายังเรียนรู้สิ่งที่เรียกว่า”ประชาธิปไตย” ในหมู่ชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง แลกเปลี่ยนวาทะกรรมหรู ๆ

แต่ประชาชนส่วนใหญ่ที่เป็นรากหญ้ารากแก้ว เข้าใจในสิทธิ์ของตนเองมากน้อยแค่ใหน

เราอาจไม่ได้ประชาธิปไตย”พันธุ์แท้” ในวันนี้ แต่ผมคิดว่าการแก้ปัญหาแบบไทยไทยเช่นที่เป็นอยู่

ก็ทำให้ประเทศชาติ และประชาชนมีเสียงหัวเราะได้บ้างกระมัง

อย่างน้อยที่สุด ผมก็เชื่อว่าประเทศชาติจะไปสู่จุดที่ดีกว่า เข้มแข็งขึ้น แก้ไขจุดบอดต่าง ๆ ได้ดีขึ้น

ถ้าประชาธิปไตยคือการยอมรับเสียงข้างมาก ลอง ๆ ทำประชามติตอนนี้สิ ว่าพอใจกับการปฏิรูปครั้งนี้หรือไม่

มองไปข้างหน้า…ซ่อมสร้างสิ่งสึกหรอ เพื่อรอวันที่ท้องฟ้าประชาธิปไตยจะสดในในปลายปีนี้

ดีมั๊ยครับ

***********************
เป็นอีกบันทึกหนึ่ง ในห้วงเวลาอันสับสนของสังคมไทย
คำถามที่มีคำตอบบ้าง ไม่มีคำตอบบ้าง
เพราะจนป่านนี้ ยังมีคำถามเก่า ๆ ตกค้างเป็น “ตะกอน” ในหัวใจ
ของคนไทยบางหมู่บางเหล่า
แล้วเราจะเดินไปด้วยกันยังไง…แบบใหน…

http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P5068202/P5068202.html

About แคน ไทเมือง

ชาวนาแก่ ๆ