ยังไม่สายที่คนไทยจะอ่านเรื่องราวความเลวร้ายของอเมริกาและทักษิณที่ทำกับประเทศไทย..

คนเขียนข้อความและคนที่
เชื่อข้อความ  @13:44 ต้อง
หูตากว้างขยันอ่านบทความ
หลาย ๆ เวอร์ชั่น  เริ่มจาก  ลองอ่าน”เรื่องที่คนไทยต้องรู้ จะได้หูตาสว่าง”  เพื่อไม่
ต้องเป็นกบในกะลาอย่าง
ในข้อความ @13:44
………………………………….
มา
จากบทความของนายโทนี่ คาตาลุชซี่ ช่วยอ่านแล้วส่งต่อให้เยอะๆ ถลกหนังหัวไอ้กัน-ไอ้เหลี่ยมให้คนไทยทั้งขาติตื่นกันซะที อิทธิพลต่างชาติ มีวาระทำลายประเทศไทย“วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง สำเหนียกว่า แท้จริงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทยกับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระซ่อนเล้นทำลายอธิปไตย การเมือง และสถาบันหลักของชาติไทย
”นายโทนี่ คาตาลุชชี่ อดีตผู้สื่อข่าวสงคราม และนักวิเคราะห์การเมือง เขียนบทความในบล๊อคส่วนตัว เตือนสติทำเนียบขาวว่า พฤติกรรมต่ำทรามของกระทรวงประเทศสหรัฐที่มุ่งมั่นสนับสนุน ฟื้นฟูระบอบทักษิณ สมุนหุ่นเชิดกลุ่มการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกา ให้กลับมามีอำนาจทางการเมือง ทำให้คนไทยจำนวนมากได้สำนึกว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้ระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่าอีกต่อไป แต่คนไทยกำลังต่อสู้กับอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ บทความชื่อว่า “ความเสื่อมถอยของมหาอำนาจ” เริ่มต้นว่า ความเสื่อมถอยของอเมริกา เริ่มต้นจากเกาะฮ่องกง บัดนี้ในประเทศไทย ที่อเมริกาวางแผนจัดตั้งระบอบตัวแทนหุ่นเชิด เพื่อขยายอิทธิพลในเอเชียแปซิฟิก ผลลัพธ์กลายเป็นไฟลนก้นตัวเอง
โทนี่ไม่ได้ขยายเรื่องความล้มเหลวในฮ่องกง จึงต้องอธิบายนิดหนึ่งว่า ซีไอเอสร้างสถานการณ์ ให้สมุนบริวารในเกาะฮ่องกง สร้างความวุ่นวาย ลุกฮือขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย ให้มีการเลือกตั้งเสรีตามแนวทางประชาธิปไตยแบบวอลสตรีท ซีไอเอให้ทุนนักวิชาการในเกาะฮ่องกงทำวิจัยเรื่องประชาธิปไตย แล้วกลับมาล้างสมองเยาวชน ให้ลุกฮือขึ้นมาประท้วงในนามของ“การปฏิวัติร่ม” แต่มังกรจีนรู้ทันเล่ห์ร้ายของอินทรีย์แก่ทำให้ “ปฏิวัติร่มกลายเป็นปฏิวัติรั่ว”
ส่วนในประเทศไทย โทนี่ให้รายละเอียดไว้ว่า อเมริกาซึ่งให้การสนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างแข็งขันตลอดมา จนกระทั่งถึงวันที่ระบอบทักษิณกำลังล่มสลาย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ทนไม่ได้กับนักการเมืองทุนสามานย์ที่โกงชาติปล้นแผ่นดิน ทำลายหลักนิติธรรม ศีลธรรม เข่นฆ่าประชาชน ทำลายสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด ซึ่งทำให้คนตายเกือบ 3,000 คน จากนโยบายปราบปรามยาเสพติดระบอบทักษิณใช้กองกำลังเถื่อน ก่อจลาจลและฆ่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองตายนับร้อยคนในปีพ.ศ.2553 แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากอเมริกา จนล่าสุดระบอบทักษิณกำลังล้มเหลว เข้าตาจน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ ถูกถอดถอนสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และนางกำลังจะขึ้นศาลอาญาในข้อหาทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งทำให้ประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านบาท กระทรวงต่างประเทศสหรัฐพยายามเต็มที่ที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูระบอบทักษิณ ส่งนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศมากล่าวสุนทรพจน์ โจมตีกดดันประเทศไทย ด้วยความมุ่งหวังที่จะฟื้นฟู และปกป้องระบอบทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมา
โทนี่เขียนต่อไปว่า “เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทำไมอเมริกาถึงได้ทำลายหลักการทูตและมีเป้าหมายทำลายอธิปไตยของไทย โดยเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อฟื้นฟูระบอบทักษิณขึ้นมา สำหรับประเด็นนี้ให้ทุกคนรับรู้ไว้ด้วยว่า ทักษิณ เป็นเพื่อนสนิท เป็นสมุนรับใช้นักการเมืองทุนสามานย์ตระกูลบุช มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อทศวรรษที่ 2540 ทักษิณ ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา บริษัท Carlyle Group ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ ที่หาทุนการเมือง ให้เงินสนับสนุนซีไอเอ สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงของประเทศต่างๆทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา นับตั้งแต่วันแรกที่ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดถึงกลุ่มลอบบี้ยีสต์ ที่มีอิทธิพลทางการเมืองในวอชิงตันดีซี ซึ่งอยู่ในอาณัติของบริษัท Carlyle Group ช่วยสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์ สนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างเปิดเผย
บริษัทที่โทนี่ นำมาแฉ มีตั้งแต่กลุ่มบริษัท Kenneth Adelman of the Edelman PR Firm ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่ในเครือข่ายนักการเมืองตระกูลบุช อีกจำนวนมาก บริษัทที่เคลื่อนไหวหนักล่าสุดคือ นาย Robert Amsterdam of Amsterdam & amp; Partners (Chatham House)
โทนี่ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยอมทำลายพิธีการทูต เพื่อช่วยเหลือระบอบทักษิณ เพราะในขณะที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทางทักษิณได้รับใช้ผลประโยชน์อเมริกาเต็มที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง แม้จะถูกทัดทานจากกองทัพบกไทย ทักษิณยังดื้อรั้น ส่งกำลังทหารไปช่วยอเมริกา รบในสงครามรุกรานอีรัก ทักษิณเป็นคนอนุมัติให้ ซีไอเอ ใช้ประเทศไทยทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย ฯลฯนักวิเคราะห์การเมืองชาวอเมริกัน คนนี้ได้สรุปในบทความของเขาว่า“วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง และสำเหนียกว่า แท้จริงแล้วความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้ เพื่อแย่งชิงอำนาจ ระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทย กับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และ สถาบันหลักของชาติไทย”
บทสรุปของโทนี่ คาตาลุชชี่ นักวิเคราะห์ ที่รู้เช่นเห็นชาติ นักการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกาสอดคล้องกับกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าทักษิณซึ่งเก็บตัวเงียบตั้งแต่ทหารยึดอำนาจ มีคำสั่งมายังสมุนบริวารว่า ให้อยู่เฉยๆไปก่อนโดยบอกว่า “ระยะนี้ให้พวกเราเก็บตัวเงียบไว้ก่อน ไม่ต้องทำอะไรเพราะมีอเมริกา กับยุโรป ช่วยทำให้แล้ว”
บทบาทของอเมริกาและกลุ่มประเทศอียูที่กดดันประเทศไทยทางการทูต ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยกเลิกศาลทหาร ยกเลิกกฎอัยการศึก และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงมองได้ว่าเป็นการกระทำที่สมรู้ร่วมคิดกับระบอบทักษิณ พฤติกรรมของนายแดเนียล และ เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐบางคน ที่เคลื่อนไหวพบปะแกนนำเสื้อแดงทางภาคอีสานทุกวันนี้ จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่า ซีไอเอ ได้เข้ามามีบทบาทสร้างความวุ่นวายในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว เหตุร้ายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่มวลมหาประชาชนหลายล้านคน ประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราช หลายคนรู้ว่า ซีไอเอและบริษัทประชาสัมพันธ์ มีส่วนสำคัญในการตายของวีรชน ที่ร่วมขับไล่รัฐบาล ซีไอเอซึ่งมีอยู่กว่า 2,000คนในประเทศไทย ให้การสนับสนุนด้านยุทธวิธี และอาวุธแก่กองกำลังเถื่อน เข่นฆ่าประชาชน หวังจุดชนวนสงครามกลางเมือง บริษัทประชาสัมพันธ์รับหน้าที่สร้างกระแสสงครามกลางเมือง ส่งสื่อในสังกัดไปเกาะติดกองกำลังเถื่อน ตามจังหวัดที่เป็นฐานเสื้อแดงเช่นปทุมธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ ฯลฯ สื่อเหล่านี้สร้างภาพให้เห็นว่า กองกำลังเถื่อนมีศักยภาพมากพอที่จะก่อสงครามกลางเมือง แบ่งแยกประเทศเป็นไทยใต้ กับอีสานล้านนา กระแสสงครามกลางเมืองนอกจากสร้างผ่านกองกำลังเถื่อน ยังสร้างกระแสผ่านคำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีในยุคนั้นด้วย
สถานการณ์ทางการเมือง ในประเทศไทยเกิดขึ้นพร้อมๆกับเหตุการณ์ทางการเมืองในยูเครน คือ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราชเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และอเมริกาเข้าไปแทรกแซงพร้อมๆกัน ต่างกันตรงที่ในยูเครน ซีไอเอ ส่งอาวุธไปช่วยผู้ประท้วง โค่นล้มรัฐบาล แต่ในประเทศไทย ซีไอเอ เข้ามาช่วยเข่นฆ่าผู้ประท้วงรัฐบาล ซีไอเอเข้ามาช่วยพยุงฟื้นฟูรัฐบาลลูกสมุนหุ่นเชิด ที่กำลังล่มสลายประเทศยูเครน หลังจากอเมริกา ส่งอาวุธ และเงินไปช่วยโค่นล้ม รัฐบาลฝักใฝ่รัสเซียได้สำเร็จ ผลที่ตามมาคือ เกิดสงครามกลางเมือง ยูเครนแยกออกเป็นสองเสี่ยง ฝ่ายหนึ่งอยู่ใต้อาณัติของอเมริกา ฝ่ายหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ตั้งแต่เดือนเมษายน2557 จนถึงวันนี้ มีคนล้มตายไปแล้วกว่า 50,000 คน สงครามกลางเมืองในยูเครน กำลังพัฒนาไปเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม
ในประเทศไทย ตั้งแต่คณะทหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลเถื่อนของนางสาวยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่22 พ.ค. 2557 คสช สามารถสลายกองกำลังเถื่อนได้ส่วนหนึ่ง ตัดความช่วยเหลือทางด้านก่อการร้ายจากซีไอเอ ลงไปได้ระดับหนึ่ง หยุดยั้งการนองเลือด ทำลายแผนการซีไอเอ ที่จะก่อสงครามกลางเมือง เพื่อทำให้เกิดมิคสัญญีในประเทศไทย ในห้วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา คสช.เพียงแต่ทำให้ความรุนแรงที่เกิดจากฝีมือของกองกำลังเถื่อน โดยการสนับสนุนของซีไอเอ
FB_IMG_1472139668222
ความจริงอีกด้านที่อยากให้คนไทยร่วมรับรู้
……………………………….
มาจากบทความของนายโทนี่ คาตาลุชซี่ ช่วยอ่านแล้วส่งต่อให้เยอะๆ ถลกหนังหัวไอ้กัน-ไอ้เหลี่ยมให้คนไทยทั้งขาติตื่นกันซะที อิทธิพลต่างชาติ มีวาระทำลายประเทศไทย“วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง สำเหนียกว่า แท้จริงความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้เพื่อแย่งชิงอำนาจระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทยกับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระซ่อนเล้นทำลายอธิปไตย การเมือง และสถาบันหลักของชาติไทย
”นายโทนี่ คาตาลุชชี่ อดีตผู้สื่อข่าวสงคราม และนักวิเคราะห์การเมือง เขียนบทความในบล๊อคส่วนตัว เตือนสติทำเนียบขาวว่า พฤติกรรมต่ำทรามของกระทรวงประเทศสหรัฐที่มุ่งมั่นสนับสนุน ฟื้นฟูระบอบทักษิณ สมุนหุ่นเชิดกลุ่มการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกา ให้กลับมามีอำนาจทางการเมือง ทำให้คนไทยจำนวนมากได้สำนึกว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้ระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่าอีกต่อไป แต่คนไทยกำลังต่อสู้กับอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และสถาบันหลักของชาติ บทความชื่อว่า “ความเสื่อมถอยของมหาอำนาจ” เริ่มต้นว่า ความเสื่อมถอยของอเมริกา เริ่มต้นจากเกาะฮ่องกง บัดนี้ในประเทศไทย ที่อเมริกาวางแผนจัดตั้งระบอบตัวแทนหุ่นเชิด เพื่อขยายอิทธิพลในเอเชียแปซิฟิก ผลลัพธ์กลายเป็นไฟลนก้นตัวเอง
โทนี่ไม่ได้ขยายเรื่องความล้มเหลวในฮ่องกง จึงต้องอธิบายนิดหนึ่งว่า ซีไอเอสร้างสถานการณ์ ให้สมุนบริวารในเกาะฮ่องกง สร้างความวุ่นวาย ลุกฮือขึ้นเรียกร้องประชาธิปไตย ให้มีการเลือกตั้งเสรีตามแนวทางประชาธิปไตยแบบวอลสตรีท ซีไอเอให้ทุนนักวิชาการในเกาะฮ่องกงทำวิจัยเรื่องประชาธิปไตย แล้วกลับมาล้างสมองเยาวชน ให้ลุกฮือขึ้นมาประท้วงในนามของ“การปฏิวัติร่ม” แต่มังกรจีนรู้ทันเล่ห์ร้ายของอินทรีย์แก่ทำให้ “ปฏิวัติร่มกลายเป็นปฏิวัติรั่ว”
ส่วนในประเทศไทย โทนี่ให้รายละเอียดไว้ว่า อเมริกาซึ่งให้การสนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างแข็งขันตลอดมา จนกระทั่งถึงวันที่ระบอบทักษิณกำลังล่มสลาย เพราะคนไทยส่วนใหญ่ทนไม่ได้กับนักการเมืองทุนสามานย์ที่โกงชาติปล้นแผ่นดิน ทำลายหลักนิติธรรม ศีลธรรม เข่นฆ่าประชาชน ทำลายสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่สุด ซึ่งทำให้คนตายเกือบ 3,000 คน จากนโยบายปราบปรามยาเสพติดระบอบทักษิณใช้กองกำลังเถื่อน ก่อจลาจลและฆ่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองตายนับร้อยคนในปีพ.ศ.2553 แต่ก็ยังได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากอเมริกา จนล่าสุดระบอบทักษิณกำลังล้มเหลว เข้าตาจน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาวทักษิณ ถูกถอดถอนสิทธิ์ทางการเมือง 5 ปี และนางกำลังจะขึ้นศาลอาญาในข้อหาทุจริตโครงการจำนำข้าว ซึ่งทำให้ประเทศชาติเสียหายหลายแสนล้านบาท กระทรวงต่างประเทศสหรัฐพยายามเต็มที่ที่จะช่วยเหลือฟื้นฟูระบอบทักษิณ ส่งนายแดเนียล รัสเซล ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศมากล่าวสุนทรพจน์ โจมตีกดดันประเทศไทย ด้วยความมุ่งหวังที่จะฟื้นฟู และปกป้องระบอบทักษิณ โดยไม่คำนึงถึงผลร้ายที่จะตามมา
โทนี่เขียนต่อไปว่า “เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่า ทำไมอเมริกาถึงได้ทำลายหลักการทูตและมีเป้าหมายทำลายอธิปไตยของไทย โดยเข้ามาแทรกแซงกิจการภายใน เพื่อฟื้นฟูระบอบทักษิณขึ้นมา สำหรับประเด็นนี้ให้ทุกคนรับรู้ไว้ด้วยว่า ทักษิณ เป็นเพื่อนสนิท เป็นสมุนรับใช้นักการเมืองทุนสามานย์ตระกูลบุช มาเป็นเวลายาวนานตั้งแต่เริ่มต้นเข้าสู่สนามการเมืองเมื่อทศวรรษที่ 2540 ทักษิณ ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษา บริษัท Carlyle Group ซึ่งเป็นบริษัทกงสีใหญ่ ที่หาทุนการเมือง ให้เงินสนับสนุนซีไอเอ สร้างเหตุร้าย ทำลายความมั่นคงของประเทศต่างๆทั่วโลกที่ไม่สมประโยชน์กับอเมริกา นับตั้งแต่วันแรกที่ทักษิณถูกโค่นอำนาจเมื่อเดือนกันยายน 2549 กลุ่มบริษัทประชาสัมพันธ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตลอดถึงกลุ่มลอบบี้ยีสต์ ที่มีอิทธิพลทางการเมืองในวอชิงตันดีซี ซึ่งอยู่ในอาณัติของบริษัท Carlyle Group ช่วยสร้างกระแส ประชาสัมพันธ์ สนับสนุนระบอบทักษิณ อย่างเปิดเผย
บริษัทที่โทนี่ นำมาแฉ มีตั้งแต่กลุ่มบริษัท Kenneth Adelman of the Edelman PR Firm ของนายเจมส์ เบเกอร์ อดีต รมว.ต่างประเทศสหรัฐ และบริษัทประชาสัมพันธ์ใหญ่ในเครือข่ายนักการเมืองตระกูลบุช อีกจำนวนมาก บริษัทที่เคลื่อนไหวหนักล่าสุดคือ นาย Robert Amsterdam of Amsterdam & amp; Partners (Chatham House)
โทนี่ ให้เหตุผลเพิ่มเติมว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ยอมทำลายพิธีการทูต เพื่อช่วยเหลือระบอบทักษิณ เพราะในขณะที่อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทางทักษิณได้รับใช้ผลประโยชน์อเมริกาเต็มที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมืองและความมั่นคง แม้จะถูกทัดทานจากกองทัพบกไทย ทักษิณยังดื้อรั้น ส่งกำลังทหารไปช่วยอเมริกา รบในสงครามรุกรานอีรัก ทักษิณเป็นคนอนุมัติให้ ซีไอเอ ใช้ประเทศไทยทรมานผู้ต้องหาก่อการร้าย ฯลฯนักวิเคราะห์การเมืองชาวอเมริกัน คนนี้ได้สรุปในบทความของเขาว่า“วาทะการทูตอันต่ำทรามของนายแดเนียล ทำให้คนไทยหูตาสว่าง และสำเหนียกว่า แท้จริงแล้วความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการต่อสู้ เพื่อแย่งชิงอำนาจ ระหว่างระบอบทักษิณ กับกลุ่มจารีตเก่า แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทย กับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และ สถาบันหลักของชาติไทย”
บทสรุปของโทนี่ คาตาลุชชี่ นักวิเคราะห์ ที่รู้เช่นเห็นชาติ นักการเมืองทุนสามานย์ในอเมริกาสอดคล้องกับกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทย ที่บอกว่าทักษิณซึ่งเก็บตัวเงียบตั้งแต่ทหารยึดอำนาจ มีคำสั่งมายังสมุนบริวารว่า ให้อยู่เฉยๆไปก่อนโดยบอกว่า “ระยะนี้ให้พวกเราเก็บตัวเงียบไว้ก่อน ไม่ต้องทำอะไรเพราะมีอเมริกา กับยุโรป ช่วยทำให้แล้ว”
บทบาทของอเมริกาและกลุ่มประเทศอียูที่กดดันประเทศไทยทางการทูต ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ยกเลิกศาลทหาร ยกเลิกกฎอัยการศึก และจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว จึงมองได้ว่าเป็นการกระทำที่สมรู้ร่วมคิดกับระบอบทักษิณ พฤติกรรมของนายแดเนียล และ เจ้าหน้าที่ทูตสหรัฐบางคน ที่เคลื่อนไหวพบปะแกนนำเสื้อแดงทางภาคอีสานทุกวันนี้ จึงเป็นที่ยืนยันได้ว่า ซีไอเอ ได้เข้ามามีบทบาทสร้างความวุ่นวายในประเทศไทยมาเป็นเวลานานแล้ว เหตุร้ายและความรุนแรงที่เกิดขึ้นในห้วงเวลาที่มวลมหาประชาชนหลายล้านคน ประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราช หลายคนรู้ว่า ซีไอเอและบริษัทประชาสัมพันธ์ มีส่วนสำคัญในการตายของวีรชน ที่ร่วมขับไล่รัฐบาล ซีไอเอซึ่งมีอยู่กว่า 2,000คนในประเทศไทย ให้การสนับสนุนด้านยุทธวิธี และอาวุธแก่กองกำลังเถื่อน เข่นฆ่าประชาชน หวังจุดชนวนสงครามกลางเมือง บริษัทประชาสัมพันธ์รับหน้าที่สร้างกระแสสงครามกลางเมือง ส่งสื่อในสังกัดไปเกาะติดกองกำลังเถื่อน ตามจังหวัดที่เป็นฐานเสื้อแดงเช่นปทุมธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย เชียงใหม่ ฯลฯ สื่อเหล่านี้สร้างภาพให้เห็นว่า กองกำลังเถื่อนมีศักยภาพมากพอที่จะก่อสงครามกลางเมือง แบ่งแยกประเทศเป็นไทยใต้ กับอีสานล้านนา กระแสสงครามกลางเมืองนอกจากสร้างผ่านกองกำลังเถื่อน ยังสร้างกระแสผ่านคำสัมภาษณ์ของรัฐมนตรีในยุคนั้นด้วย
สถานการณ์ทางการเมือง ในประเทศไทยเกิดขึ้นพร้อมๆกับเหตุการณ์ทางการเมืองในยูเครน คือ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2556 การชุมนุมประท้วงขับไล่รัฐบาลทรราชเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน และอเมริกาเข้าไปแทรกแซงพร้อมๆกัน ต่างกันตรงที่ในยูเครน ซีไอเอ ส่งอาวุธไปช่วยผู้ประท้วง โค่นล้มรัฐบาล แต่ในประเทศไทย ซีไอเอ เข้ามาช่วยเข่นฆ่าผู้ประท้วงรัฐบาล ซีไอเอเข้ามาช่วยพยุงฟื้นฟูรัฐบาลลูกสมุนหุ่นเชิด ที่กำลังล่มสลายประเทศยูเครน หลังจากอเมริกา ส่งอาวุธ และเงินไปช่วยโค่นล้ม รัฐบาลฝักใฝ่รัสเซียได้สำเร็จ ผลที่ตามมาคือ เกิดสงครามกลางเมือง ยูเครนแยกออกเป็นสองเสี่ยง ฝ่ายหนึ่งอยู่ใต้อาณัติของอเมริกา ฝ่ายหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากรัสเซีย ตั้งแต่เดือนเมษายน2557 จนถึงวันนี้ มีคนล้มตายไปแล้วกว่า 50,000 คน สงครามกลางเมืองในยูเครน กำลังพัฒนาไปเป็นสงครามโลกครั้งที่สาม
ในประเทศไทย ตั้งแต่คณะทหาร ยึดอำนาจจากรัฐบาลเถื่อนของนางสาวยิ่งลักษณ์ เมื่อวันที่22 พ.ค. 2557 คสช สามารถสลายกองกำลังเถื่อนได้ส่วนหนึ่ง ตัดความช่วยเหลือทางด้านก่อการร้ายจากซีไอเอ ลงไปได้ระดับหนึ่ง หยุดยั้งการนองเลือด ทำลายแผนการซีไอเอ ที่จะก่อสงครามกลางเมือง เพื่อทำให้เกิดมิคสัญญีในประเทศไทย ในห้วงเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา คสช.เพียงแต่ทำให้ความรุนแรงที่เกิดจากฝีมือของกองกำลังเถื่อน โดยการสนับสนุนของซีไอเอ หยุดยั้งได้ระดับหนึ่ง แต่ความพยายามทำลายอธิปไตย ความมั่นคง กระบวนการทางการเมืองและสถาบันหลักของชาติ ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ดังกรณีของนายแดเนียล รัสเซล โฆษกกระทรวงต่างประเทศอเมริกา และอุปทูตอเมริกาประจำประเทศไทยถึงเวลาแล้ว ที่คนไทยทุกสีต้องตระหนัก ดังที่โทนี่ คาตาลุชชี่ เตือนว่า ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ได้จำกัดอยู่แค่ ความขัดแย้งระหว่างระบอบทักษิณกับกลุ่มจารีตเก่า “แต่เป็นการต่อสู้ของคนไทย กับอำนาจอิทธิพลจากต่างประเทศ ที่มีวาระทำลายอธิปไตย กระบวนการทางการเมือง และ สถาบันหลักของชาติไทย”

About แคน ไทเมือง

ชาวนาแก่ ๆ