ดี้เผยลายพระหัตถ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงขอบใจประชาชน

…และวันนี้ ก็ได้รับโทรศัพท์อีกครั้งหนึ่งจากท่านข้าราชบริพารชั้นผู้ใหญ่ท่านเดิม เชิญให้เข้าไปที่สำนักราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อไปรับของสิ่งหนึ่ง…

…เมื่อไปถึงที่นั้น ก็พบท่านผู้นั้นรออยู่แล้ว ท่านพาไปที่ห้องโถงหนึ่ง…ซึ่งมีพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ มีพานพุ่ม มีกรวยกระทงดอกไม้ และมี ซองกระดาษสีขาวขนาด A4 ซองหนึ่งอยู่บนพาน…ของสิ่งนั้นคือกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งอยู่ในซองสีขาวนั้น
…ฉันกราบพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เปิดกรวยกระทงดอกไม้ แล้วจึงหยิบซองกระดาษสีขาวนั้นมา…

…เมื่อเปิดดูภายในซอง ได้ดึงกระดาษแผ่นนั้นออกมาดู เป็นลายมือที่เขียนข้อความเดียวกันกับ “พระราชกระแสรับสั่ง” ที่ฉันเขียนเล่าไว้ในสถานะเมื่อวานนี้…

…เห็นลายมือก็รู้ทันที ว่า นี่คือ “ร่างต้นฉบับ” และเข้าใจว่าทำไมกระดาษแผ่นนี้ถึงอยู่บน “พาน”…

…ในระหว่างที่ยังทำอะไรไม่ค่อยถูกอยู่นั้น ฉันก็ปรึกษาท่านผู้ใหญ่ท่านนั้นว่า ฉันจะขอเผยแพร่ภาพ “ร่างต้นฉบับ” นี้แก่ผู้คนในเฟซบุคได้ไหม เพราะในข้อความนั้น หมายรวมไปถึงคนไทยทุกคน มิใช่เพียงฉัน

…ท่านผู้ใหญ่ท่านนั้นขอตัวไปสักครู่ แล้วกลับมาตอบว่า…

“ได้”….

ฉันจึงขอเผยแพร่ภาพ “ร่างต้นฉบับ” นี้ เพื่อแบ่งปันให้กับทุกท่านได้เห็นเป็นบุญตาและเป็นสิริมงคลต่อชีวิต และให้ได้รู้ว่า…

แม้เรื่องเล็กน้อยที่เราไม่คิดว่า เจ้าฟ้ามหากษัตริย์จะทรงวินิจฉัยเอง จะทรงทำด้วยพระองค์เอง…
หลายเรื่องเล็กน้อยแต่มีเป็นพันเป็นหมื่นเรื่อง เราเคยเชื่อว่า ท่านคงจะทรง “สั่ง” ให้ผู้อื่นไปทำให้ โดยที่ไม่ต้องถวายรายงานไปเสียทุกเรื่อง…นั้น….ไม่จริงเลย…

ส่วนตัวของฉัน ในฐานะเป็นตัวแทนของทุกท่านที่ร่วมอ่านร่วมแบ่งปันร่วมเขียนให้กำลังพระทัย….ขอทำหน้าที่เก็บรักษากระดาษแผ่นนี้ไว้..

นำไปใส่กรอบขึ้นหิ้งบูชา….ชั่วลูกชั่วหลาน…

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน...

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ดี้ นิติพงษ์ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงฝากขอบใจและรับสั่งว่า…ไม่ลำบากแต่ประการใด

ดี้

อนุสนธิจากข้อเขียนสถานะเฟซบุคที่ฉันเขียนเล่าเรื่องสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภาเสด็จทรงเวียนเทียนวันวิสาขบูชาและเสด็จพระราชดำเนินทรงทักทายประชาชนกลางสายฝน…
….ฉันไม่ทราบจริงๆ ว่ามีการแบ่งปันไปกว้างขวางเพียงใด มีเพื่อนบางท่านส่งมาให้ดูว่ามีหลายเพจแบ่งปันไปให้คนไทยจำนวนมากได้อ่าน ได้ซาบซึ้งกับพระมหากรุณาธิคุณ….
….และที่ทำให้ฉันตกใจระคนปลาบปลื้มจนบรรยายความรู้สึกมิได้…นั่นคือ
…ข้อเขียนนั้น ถึงพระเนตรพระกรรณ…!
….สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้อ่านข้อเขียนนั้นด้วย…

เช้าวันนี้..ฉันได้รับโทรศัพท์จากข้าราชบริพารระดับสูง แจ้งให้ทราบว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีรับสั่งต่อทุกท่านที่ร่วมอ่านร่วมแบ่งปันร่วมถวายพระพรในเฟซบุค ดังข้อความต่อไปนี้ ( ท่านผู้ที่โทรมาบอกให้ฉันจดตาม ในขณะที่ฉันมือไม้สั่น ทำอะไรไม่ถูก )

“ทรงรู้สึกปลาบปลื้มในน้ำใจและความปรารถนาดีที่ท่านทั้งหลายได้แสดงต่อพระองค์ท่าน ทำให้พระองค์ท่านมีกำลังพระทัยที่จะปฏิบัติพระราชกรณียกิจร่วมกับท่านทั้งหลายด้วยความสุขและเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติและประชาชน

ส่วนในโอกาสนี้ ทรงฝากคำขอบใจและพระราชทานกำลังใจมาสู่ทุกท่านในโอกาสนี้

อนึ่ง ได้ทรงรับสั่งเพิ่มเติมว่ามิได้เป็นการลำบากแต่ประการใดที่จะเสด็จพระราชดำเนินทรงทักทายประชาชนในโอกาสต่างๆ ตรงกันข้าม ทรงเกรงใจและห่วงใยที่ประชาชน ได้อดทนนั่งรอเฝ้าท่ามกลางสายฝนจริงๆ”

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อปวงข้าพระพุทธเจ้าเหล่าพสกนิกรทางสังคมออนไลน์ และชาวไทยทุกผู้ทุกนามอย่างหาที่สุดมิได้

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม
ข้าพระพุทธเจ้านายนิติพงษ์ ห่อนาค

0000

ดี้1

เห็นในหลวง รัชกาลที่ ๑๐ ทรงเวียนเทียนวิสาขบูชา..กับพระธิดา

จู่ๆ ก็ลงจากรถพระที่นั่ง….ฝนตก
ทรงพระดำเนินตั้งแต่ถนนหน้าพระลาน จนถึงศาลหลักเมือง
ทรงเปียกแน่นอน…พระกลด เป็นแค่สัญลักษณ์ แต่ไม่ช่วยกันแดดกันฝนได้สักเท่าไหร่ดอก

ยืนยันที่ฉันคิดเสมอมา…
พระเจ้าแผ่นดิน ทรงเกรงใจพสกนิกร เท่าที่พสกนิกรจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน…

พระบรมชนกของพระองค์ท่าน…มีพระราชภารกิจตั้งแต่สิบเก้าพรรษาจนถึงแปดสิบเก้าพรรษา…

วันนี้ รัชกาลที่สิบ ต้องทรงรับพระราชภาระต่อจากพระบรมชนก….ในวันที่บุคคลทั่วไป ข้าราชการ มีอายุที่ต้องเกษียณ ต้องพักแล้ว

แต่กลับต้องเป็นงานใหม่และงานใหญ่ สำหรับพระองค์ท่าน ที่ต้องรับราชภาระ มหามรดกแห่งชาติ

มานั่งคิดกันเถิด…ว่าจะทรงต้องเครียดขนาดไหน
ทรงเป็นรัชทายาทด้วย ทรงเป็นมนุษย์คนหนึ่งด้วย
ขอให้ช่วยกันให้กำลังพระทัยให้มาก

ฉันเชื่อว่า ท่านรักคนไทย เกรงใจคนไทยมาก
และด้วยความที่ท่านทรงเป็นทหาร มีวินัยสูงสุด

ท่านกำลังจะทำให้ดีที่สุด

ขอให้คนไทย ช่วยให้กำลังพระทัยท่านเถิดนะ

Cr.นิติพงศ์ ห่อนาค

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เปลว สีเงินรำคาญเฟซบุ้ค ประกาศปิดสื่อเฟซบุ้คของตัวเอง

เปลว สีเงิน รำคาญเฟซบุ้ค
ประกาศปิดตัวเองแล้ว….
ข่าวจากคอลัมน์”คนปลายซอย” ของ ไทยโพสต์ 17 พ.ค. 60

000

ขออนุญาตบอกกล่าว “แฟนเพจ” เปลว สีเงินหน่อย คอลัมน์ที่ผมโพสต์ให้อ่านออนไลน์ทุกวันนั้น ทางเฟซบุ๊กเขาบล็อกพื้นที่ไปแล้ว

เพื่อตัดรำคาญ………

ผมขอปิดเพจ-เลิกโพสต์เรื่องราวให้สิ้นเรื่อง-สิ้นราวตั้งแต่วันนี้ไปเลย ที่อ่านจากเพจอยู่วันละล้านกว่าท่านนั้น โปรดทราบตามนี้นะครับ

อ้อ…อีกนิด

“กรมอุตุฯ” ประกาศ ประเทศไทยเข้าสู่ “หน้าฝน” แล้ว ตั้งแต่เมื่อวาน.

เปลว สีเงิน

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

แสดงความคิดเห็นแชร์

22 ความคิดเห็น
ความคิดเห็น
Vera Ruchirushkul
Vera Ruchirushkul จะต้องซื้อหนังสือไทยโพสต์อ่าน..

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 11 ชม.

Wassana Sanlar
Wassana Sanlar อ้าว… แล้วจะติดตามท่านได้จากใหนคะ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 9 ชม.

Suwit Kotasin
Suwit Kotasin ในเว้บไทยโพสต์และคนที่แชร์ต่อ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ ·

8

· 9 ชม.

Warissara Worakarn
Warissara Worakarn ถึงว่าไม่เห็นท่านมาสักพักแล้ว

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 8 ชม.

ลุงเดช ฅนปากนัง
ลุงเดช ฅนปากนัง เสียดายครับ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 8 ชม.

ฟ้าสวย ที่ ปรายฟ้า
ฟ้าสวย ที่ ปรายฟ้า ้เสียดายค่ะ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 8 ชม.

Suviwat Yindeesup
Suviwat Yindeesup กลับมานะคับ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 7 ชม.

Krisana Oneill
Krisana Oneill โดนเขาจับความตอแหลได้เลย ทนไม่ได้นิ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 7 ชม.

พงษ์เทพพ เกตุแก้ว

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 7 ชม.

รัตนา แซ่ลิ้ม
รัตนา แซ่ลิ้ม · เป็นเพื่อนกับ ประทีป นวลเศรษฐ

เสียดายค่ะ แต่ดิฉันก็คิดมานานว่าจะปิดดีมั๊ย เพราะรำคาญเรื่องมากเหลือเกิน เดี๋ยวแว๊บหายไปดื้อๆ เดี๋ยวจะปิดมั๊ย ตกลง รอ รายงาน มันน่าเบื่อจริงๆค่ะ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ ·

1

· 7 ชม.

ธิติภานันท์ พิพัฒธนธีรกุล

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ ·

1

· 7 ชม.

ชายชรา นิรนาม
ชายชรา นิรนาม เสียดายมากนักเขียนน้ำดีอีกท่านหนึ่งที่ต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม ความถูกต้องปกป้อง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ประชาชน มาโดยตลอดต้องมาพ่ายแพ้ต่อเดรัจฉาน ต่อแต่นี้จะมีนักเขียนคนไหนที่จะหาญกล้าอย่างคุณเปลวสีเงินอีก ขอนะครับถ้าแค่รำคาญเสียงหมาเห่ากลับมาเถอะครับเราเหลือคนที่จะปกป้องชาติน้อยเต็มที

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ ·

7

· 7 ชม. · มีการแก้ไข

Chaliew Leesanga
Chaliew Leesanga เสียดายผู้มีประสบการณ์การเมืองมายาวนานครับ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 6 ชม.

Narttayanee Lek

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 5 ชม.

สุเพ็ญ คนใต้
สุเพ็ญ คนใต้ เสียดายมากเลยค่ะ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 4 ชม.

Chutikarn Kitjao
Chutikarn Kitjao คุณเปลวไม่จอยส์เป็นเพื่อนซักกาเบิร์กนี่

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 4 ชม.

Sawat Chaiyakan
Sawat Chaiyakan ไม่รู้จะพูดอะไรดี นี่ยังดีนะไม่ห้ามให้คน
หายใจ เกาไม่ถูกที่จึงมีปัญหา

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 4 ชม.

Sripai Kanjanakard
Sripai Kanjanakard · เป็นเพื่อนกับ เทพ เพียมะลัง

เสียดายค่ะ..

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 3 ชม.

Kob Rungnapha
Kob Rungnapha ก็ได้แต่หวังว่า Suwit Kotasin จะไม่รำคาญแล้วประกาศปิดตัวเองไปอีกคน ไม่งั้นหน้าเฟซคงเหงาหงอยแน่เลย

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 3 ชม.

Boonmak Shangsopa
Boonmak Shangsopa ขอบคุณในบทความลุงเปลว สีเงินและลุงแคนจ้า

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 2 ชม.

Nan K Wattana
Nan K Wattana อ้าว อดอ่านแล้วซิ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ · 1 ชม.

ประดู่ เหล็ก
ประดู่ เหล็ก เสียดายครับ ความรู้ทั้งนั้นเลยครับ

ถูกใจแสดงความรู้สึกเพิ่มเติม

· ตอบกลับ ·

1

· 1 ชม.

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

อิฐที่จมหายในแผ่นดิน ปฎิวัติ 2475 นักเรียนทุนหลวงหายไปไหน?

01

สอ เสถบุตร จบ ม.8 จาก โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ได้รับทุนคิงสกอลาชิพ (ทุนเล่าเรียนหลวง) ไปศึกษาต่อยังประเทศอังกฤษ จบปริญญาตรีเกียรตินิยม สาขาธรณีวิทยากับวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ กลับมารับบรรดาศักดิ์เป็น “รองเสวกเอก หลวงมหาสิทธิโวหาร” ด้วยวัยเพียง 26 ปี และดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมบัญชีกลาง ต่อมาได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นปลัด กรมองคมนตรี สังกัดกรมราชเลขาธิการในราชสำนัก

ต้องโทษจองจำในคดีกบฏบวรเดช พ.ศ. 2476 เสวกโท หลวงมหาสิทธิโวหารถูกถอดบรรดาศักดิ์ ศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ที่ บางขวาง, เกาะตะรุเตา และเกาะเต่า

ระหว่างเป็นนักโทษ ใช้เวลาเขียนพจนานุกรมอังกฤษเป็นไทย (เริ่มแรกใช้คำว่า ปทานุกรม) ทั้งฉบับห้องสมุด และ ฉบับตั้งโต๊ะ ได้ความนิยมยกย่องทั่วประเทศว่าเป็นพจนานุกรมอันยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่ประเทศไทยเคยมีมา โดยลักลอบส่งต้นฉบับออกมาตีพิมพ์นอกเรือนจำผ่านทางมารดาที่เดินทางเข้ามาเยี่ยม-

รู้แล้วยังว่านักเรียนทุน จำนวน 510 คน ของ ร 5-ร 6 หายไปไหน ประเทศเสียหายใหญ่หลวงมาก

——————–

ในรัชสมัยของพระเจ้าพุทธเจ้าหลวง ทรงครองราชย์ 42 ปี ได้ส่งนักเรียนทุนคิง และทุนกระทรวงต่างๆ ไปศืกษาในต่างประเทศ 204 คน สมัยรัชกาลที่6 ครองราชย์ 15 ปี ส่งนักเรียนทุนไปศืกษาต่อต่างประเทศ 306 คน รวมสองรัชกาล มีนักเรียนทุน 510 คน

นักเรียนเหล่านี้ คือ ความหวังที่จะกลับมาพัฒนาสยามประเทศ ในโครงการที่ ร 5 ทรงริเริ่มไว้เป็นประเทศแรกๆในเอเซีย จนญี่ปุ่นยังต้องมาดูงาน

ความหวังของชาติ คือ การบุกเบิก ขยายการไฟฟ้า รถไฟ อากาศยาน รถราง ไปรษณีย์ ป่าไม้ วิศวกรรม วิทยาศาสตร์ พาณิชย์นาวี การพาณิชย์ การศืกษา การเหมืองแร่ การผังเมือง การศืกษา มหาวิทยาลัย การจัดที่ดิน อุตสาหกรรม การค้า ถนน ธนาคาร การเงิน

คนเก่งที่สุดของประเทศเหล่านี้ ถูกปลดจากราชการ ส่งไปขังไว้ที่เกาะตารุเตา นักพัฒนาจำนวนมากไปตายในต่างประเทศ

อิฐที่จมหายในแผ่นดิน ปฎิวัติ 2475

————————————

“อิฐก้อน แรกร่วง ลงพื้น

ก้อนอื่น ร่วงตาม ทับถม

กลบมิด ก้อนเก่า เจ้าจม

สะสม เป็นทาง ให้เดิน”

Cr:Somkiat Osothsapa***

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ทรงนำเวียนเทียนวันวิสาขบูชาท่ามกลางสายฝน ประชาชนชวนกันถวายกำลังพระทัย

100

101105

เห็นในหลวง รัชกาลที่ ๑๐ ทรงเวียนเทียนวิสาขบูชา..กับพระธิดา

จู่ๆ ก็ลงจากรถพระที่นั่ง….ฝนตก
ทรงพระดำเนินตั้งแต่ถนนหน้าพระลาน จนถึงศาลหลักเมือง
ทรงเปียกแน่นอน…พระกลด เป็นแค่สัญลักษณ์ แต่ไม่ช่วยกันแดดกันฝนได้สักเท่าไหร่ดอก

ยืนยันที่ฉันคิดเสมอมา…
พระเจ้าแผ่นดิน ทรงเกรงใจพสกนิกร เท่าที่พสกนิกรจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน…

พระบรมชนกของพระองค์ท่าน…มีพระราชภารกิจตั้งแต่สิบเก้าพรรษาจนถึงแปดสิบเก้าพรรษา…

วันนี้ รัชกาลที่สิบ ต้องทรงรับพระราชภาระต่อจากพระบรมชนก….ในวันที่บุคคลทั่วไป ข้าราชการ มีอายุที่ต้องเกษียณ ต้องพักแล้ว

แต่กลับต้องเป็นงานใหม่และงานใหญ่ สำหรับพระองค์ท่าน ที่ต้องรับราชภาระ มหามรดกแห่งชาติ

มานั่งคิดกันเถิด…ว่าจะทรงต้องเครียดขนาดไหน
ทรงเป็นรัชทายาทด้วย ทรงเป็นมนุษย์คนหนึ่งด้วย
ขอให้ช่วยกันให้กำลังพระทัยให้มาก

ฉันเชื่อว่า ท่านรักคนไทย เกรงใจคนไทยมาก
และด้วยความที่ท่านทรงเป็นทหาร มีวินัยสูงสุด

ท่านกำลังจะทำให้ดีที่สุด

ขอให้คนไทย ช่วยให้กำลังพระทัยท่านเถิดนะ

Cr.นิติพงศ์ ห่อนาค

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

เมื่อไม่หยุดก็ต้องปิดกันไป : ทบ. ปิด 435 เว็บหมิ่นสถาบันฯ ใน 7 เดือน

การต่อสู้ทางความคิดเรื่องขบวนการล้มเจ้ายังดำเนินต่อไปไม่หยุดยั้ง
นอกจากปิดเว็บไซต์หรือโซเชียลมีเดีย ต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาด

ประชาชนคนโซเชียลพร้อมสนับสนุน ไม่ว่าวันนี้หรือวันไหน

“คนล้มเจ้าต้องไม่มีที่ยืน” ในสังคมไทย

แคน ไทเมือง

พล.ต.ฤทธี อินทราวุธ ผอ.ศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก กล่าวภายหลังร่วมงานวันสถาปนาศูนย์ไซเบอร์กองทัพบก ที่มีวาระครบรอบ 16 ปี ในวันนี้ (11 พ.ค.) ว่าได้ดำเนินการเฝ้าระวัง ติดตามข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือน การโจมตี ให้ร้าย และละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ผ่านเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ ตั้งแต่เดือน ต.ค.2559 ถึงปัจจุบัน ตรวจพบเว็บไซต์เข้าข่ายหมิ่นสถาบันฯ จำนวน 820 รายการ แบ่งเป็น เฟซบุ๊ก 365 รายการ ยูทูบ 450 รายการ และทวิตเตอร์ 5 รายการ

จึงได้ประสานความความร่วมมือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันฯ ไปแล้ว 435 รายการ ขณะที่ยังมีบางเว็บไซต์ที่เปิดขึ้นมาใหม่ ล่าสุดเมื่อเดือน เม.ย.มี 120 รายการ แยกเป็นกลุ่มและบุคคลที่กระทำความผิดที่อยู่ต่างประเทศ 7 ราย และยังไม่ทราบแหล่งที่มาของผู้กระทำ 18 ราย

อย่างไรก็ตาม จากการเฝ้าระวังติดตามและดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงการนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้การกระทำผิดกฎหมายในลักษณะดังกล่าวลดลงตามลำดับ

“การปิดกั้นเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบันฯ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันปิดกั้นตามคำสั่งศาลกว่า 6,000 รายการ ทั้งนี้ยังติดปัญหาบุคคลที่กระทำความผิดที่อยู่ต่างประเทศ จึงต้องอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศและผู้ประกอบการ คาดว่าแนวโน้มในเร็วๆนี้ การเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวกับสถาบันฯ จะลดน้อยลง” ผอ.ศูนย์ไซเบอร์ กล่าว

ส่วนเฟซบุ๊ก ยูทูบ ซึ่งมีช่องทางการส่งข้อมูลจากต่างประเทศ พล.ต.ฤทธี กล่าวว่า หากช่องทางของข้อมูลผ่านระบบของในไทยก็สามารถปิดกั้นได้บางส่วน พร้อมยอมรับว่า มีบางส่วนที่ใช้เทคนิคในการหลบเลี่ยงทำให้ไม่สามารถปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าวได้

รายชื่อเว็บไซต์ที่ถูกสั่งปิดทางการขอปิดเป็นความลับ

ด้านนางมรกต กุลธรรมโยธิน นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2557 รัฐบาลได้ส่งจดหมายแจ้งรายชื่อเว็บไซต์ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมาให้อย่างต่อเนื่อง ณ ปัจจุบัน รวมแล้วเกือบ 7,000 เว็บไซต์ ซึ่งกว่า 6,300 เว็บไซต์ได้ถูกปิดกั้นไปแล้ว เหลืออีก 600 เว็บไซต์ที่ยังอยู่ระหว่างการประสานงาน เนื่องจากมีการเข้ารหัสไว้

ขณะเดียวกัน ทางสมาคมฯ ยังได้ส่งจดหมายและอีเมลไปยังเฟซบุ๊กเพื่อให้ดำเนินการปิดกั้นบางโพสต์ตามหมายศาลของประเทศไทยแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับจากเว็บไซต์สังคมออนไลน์ยักษ์ใหญ่ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ อ้างคำตอบของโฆษกเฟซบุ๊กว่า จะยอมปฏิบัติตามคำร้องของรัฐบาลไทย ที่ได้ส่งหนังสือไปยังสำนักงานใหญ่ของเฟซบุ๊กในสหรัฐเมริกา ทั้งนี้ บีบีซีไทยได้ติดต่อไปทางเฟซบุ๊ก แต่ยังไม่ได้รับคำตอบหรือยืนยันใดๆ ในขณะนี้

เมื่อถามว่ารายละเอียดเกี่ยวกับเว็บไซต์ที่ถูกสั่งปิดไปแล้วมีรายชื่อใดบ้าง นายกสมาคมผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตไทย ระบุว่า เป็นเอกสารลับ

BBCไทย

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ศูนย์หม่อนไหมฯ เตือนภัยเกษตรกร ระวังแชร์ลูกโซ่หลอกปลูก ‘มัลเบอร์รี่’


หลายวันมานี้ผมลงนา ไปดูลูกน้องไถหว่านให้ทันฝน…ปีนี้ฝนมาเร็ว ก็คงมีความสุขกันตอนทำนานี่แหละ

แต่ช่วงผลผลิตจะเป็นยังไง ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง…

ปีที่แล้วรัฐบาลช่วยเกษตรกรชาวนาในโควต้าที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ก่อน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน รับรอง มีเอกสารบ่งบอกสถานที่ปลูกโดยใช้พิกัดดาวเทียมตรวจสอบ โดยรัฐบาลสนับสนุนค่าใช้จ่าย ไร่ละ 800 บาท ไม่เกิน 10 ไร่

เท่ากับอุดหนุนโดยตรง 8.000 บาทต่อครอบครัว ชาวนาดูเหมือนจะพอใจ เงินไม่ตกหล่นไปใส่มือใครอีกเหมือนโกงจำนำข้าว เพราะจ่ายเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง

มาปีนี้มีโครงการสนับสนุนปลูกข้าวหอมมะลิ และข้าวอินทรีย์ ใครอยากร่วมโครงการก็ลองๆ ติดต่อเกษตรอำเภอ ป่านนี้กำนันผู้ใหญ่บ้านคงทราบและแจ้งให้ลูกบ้านทราบแล้ว

หลังจากลงไปทำเกษตรจริงจังแล้ว ผมสนใจพืช 3 ตัว ที่คิดว่าจะมีความยั่งยืนคือ “สะละน้ำผึ้ง” อายุเก็บเกี่ยวไม่น้อยกว่า 25 ปี

ตัวที่ 2 เป็น “มะเดื่อฝรั่ง” ตั้งใจปลูกพันธุ์ที่ให้ใบใหญ่เพื่อการทำ “ชามะเดื่อฝรั่ง” เป็นตลาดเกษตรเพื่อสุขภาพ มีสรรพคุณทางยาล้นเหลือ ส่วนที่ปลูกพันธุ์รับประทานผล ผมยังไม่แน่ใจแต่จะทดลองไปก่อน

ตัวสุดท้ายก็คือ “มัลเบอร์รี่ หรือ หม่อนผลสด” พืชตัวนี้กำลังมาแรงและมาดี

แต่น่าเสียดายที่กำลังจะถูกมิจฉาชีพมาหลอกลวงเกษตรกรอีกแล้ว…

ถ้าใครทำเพราะ “ความโลภ” อาจผิดหวังและหากลงมือปลูกแล้ว อาจเกิดอาการ “ผลผลิตล้นตลาด”

แล้วราคาก็จะตกฮวบๆ ตามหลักเศรษฐศาสตร์เดิมๆ

ดังนั้นเกษตรกรควรใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ปลูกแต่พอดี ไม่ทำอะไรที่เห็นเงินแล้วตาโต ปลูกพืชให้หลากหลายชนิด เพื่อกระจายความเสี่ยง

รวมทั้งต้องวางแผนการผลิตให้เกิดรายได้ รายวัน รายเดือน รายปี

พวกมิจฉาชีพเขาหลอกลวงยังไง ลองฟัง ผอ.ศูนย์หม่อนไหม อุบลราชธานีนะครับ

แคน ไทเมือง

0000


ศูนย์หม่อนไหมฯ เตือนภัยเกษตรกร ระวังแชร์ลูกโซ่หลอกปลูก ‘มัลเบอร์รี่’

ผอ.ศูนย์หม่อนไหมฯ อุบลราชธานี เตือนภัยเกษตรกร ระวังตกเป็นเหยื่อแชร์ลูกโซ่ หลอกให้ปลูกมัลเบอร์รี่ หรือ หม่อนผลสด ในราคา 25,000 – 32,000 บาท โดยให้สัญญาจะรับซื้อในราคาสูงกว่าท้องตลาด พร้อมให้ชักชวนเพื่อนมาร่วมลงทุนปลูกด้วยขณะที่ สคบ.พบบริษัทดังกล่าวเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.60 นายพิชัย เชื้องาม ผู้อำนวยการศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (อุบลราชธานี) กล่าวว่า ปัจจุบันหม่อนผลสดกำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคและมีราคาจำหน่ายตามท้องตลาดสูงขึ้น ทำให้เกษตรกรเริ่มขยายพื้นที่ปลูกหม่อนผลสดมากขึ้นในหลายๆ จังหวัดทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมีความจำเป็นต้องใช้ต้นพันธุ์และปัจจัยการผลิตอื่นเพื่อเป็นต้นทุนในการผลิต

จากกระแสความต้องการดังกล่าว ทำให้มีบริษัทและกลุ่มบุคคลได้ชักชวนเกษตรกร ให้ร่วมลงทุนปลูกหม่อนผลสด โดยสัญญาว่าจะรับซื้อในราคาสูงเกินจริง และการดำเนินธุรกิจลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ทางศูนย์หม่อนไหมฯ ได้แต่งตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ส่งเสริมการปลูกหม่อนผลสดของภาคเอกชน เพื่อติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ พบว่าได้มีการเชิญชวนเกษตรกรให้ร่วมลงทุนปลูกหม่อนผลสดกับบริษัทรายหนึ่งที่ใช้ชื่อเหมือนแม่น้ำ ในราคาไร่ละประมาณ 25,000 – 32,000 บาท และสัญญาว่าจะรับซื้อกิ่งพันธุ์คืนในราคากิ่งละ 16 บาท และหม่อนผลสดในราคากิโลกรัมละ 50 บาท โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจะมีรายได้ปีละไม่น้อยกว่า 100,000 บาท ต่อไร่ต่อปี และหากเชิญชวนเกษตรกรรายอื่นให้เข้าร่วมโครงการได้จะได้รับเงินค่าแนะนำ ซึ่งการดำเนินธุรกิจของบริษัท มีลักษณะคล้ายแชร์ลูกโซ่ ตรวจสอบที่ตั้งบริษัท ตามที่ระบุไว้ในการจดทะเบียน ก็ไม่พบว่ามีบริษัทนี้อยู่จริง

นายพิชัย กล่าวอีกว่า ศูนย์หม่อนไหมฯ ได้รับการเปิดเผยจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคว่า บริษัทดังกล่าว ที่ทำการชักชวนประชาชนมาปลูกหม่อนไหมนั้น ยังไม่ได้รับการจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรง หรือมธุรกิจการตลาดแบบขายตรงจากนายทะเบียนแต่อย่างใด

ทั้งนี้ บริษัทดังกล่าว มีพฤติกรรมดำเนินธุรกิจในลักษณะมุ่งเน้นการชักชวนบุคคลให้เข้าร่วมลงทุนปลูกหม่อนผลสด โดยสัญญาว่าจะจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจากการลงทุนนั้น เห็นว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายในลักษณะระดมเงินจากประชาชน โดยรู้อยู่แล้วว่า จะนำเงินจากผู้ลงทุนรายนั้นหรือรายอื่นมาจ่ายหมุนเวียนให้แก่ผู้ลงทุน หรือโดยที่รู้อยู่แล้วว่า ไม่สามารถประกอบกิจการการใดๆ โดยชอบด้วยกฎหมายที่จะให้ผลประโยชน์ตอบแทนเพียงพอ ที่จะนำมาจ่ายในอัตรานั้นได้ จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนตามมาตรา 4 และ 5 แห่งพระราชกำหนดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ. 2527

อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับพี่น้องเกษตรกร ศูนย์หม่อนไหมฯ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทราบว่าอย่าได้หลงเชื่อในคำโฆษณาเชิญชวนแต่อย่างใด หากมีข้อสงสัยประการใด ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์/โทรสารหมายเลข 0-4542-6005 ในวันและเวลาราชการ หรือตามหน่วยให้บริการศูนย์หม่อนไหมฯ.

ไทยรัฐออนไลน์

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

นี่ต่างหาก “ปฏิรูปสื่อ” ที่สอดคล้องกับประชาธิปไตย : ซูม

เหะหะ
“ซูม ไทยรัฐ” ยอมรับสื่อคุมกันเองที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพจริง
เรียกร้องโซเชียลตรวจสอบให้หนักมือขึ้น…

พร้อมขอให้รัฐผ่อนคลายกฏหมายตามข้อเสนอขององค์กรวิชาชีพข่าว

แคน ไทเมือง


0000

นี่ต่างหาก “ปฏิรูปสื่อ” ที่สอดคล้องกับประชาธิปไตย

โดย ซูม 8 พ.ค. 2560 05:01

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ซึ่งเป็นวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ได้มีการจัดกิจกรรมของเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชน 30 องค์กร เพื่อแสดงถึงจุดยืนของสื่อในการที่จะคัดค้านกฎหมายควบคุมสื่อ ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน

หลังจากการอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวางของผู้ทรงคุณวุฒิด้านต่างๆที่มาร่วมกิจกรรมจบลงแล้ว ตัวแทนเครือข่ายวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 30 องค์กรได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์รวมทั้งสิ้น 4 ข้อด้วยกัน

นอกจากจุดยืนที่สำคัญที่สุดคือ ขอให้รัฐบาลยับยั้งร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองเสรีภาพฯฉบับที่ได้รับการคัดค้านอย่างกว้างขวางฉบับนี้ เพราะเป็นกฎหมายที่จำกัดเสรีภาพของสื่อมวลชนและประชาชน ทั้งยังมีเนื้อหาที่ขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน…แล้ว

ในแถลงการณ์ยังขอให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช.ที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อมวลชน เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับใหม่รับรองเสรีภาพการแสดงความคิดเห็นของประชาชนไว้อย่างชัดเจน

ที่สำคัญในแถลงการณ์มิได้มุ่งเน้นไปในการ ขอให้ยับยั้งร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้แต่ฝ่ายเดียว ยังขอให้สื่อมวลชนทุกประเภทตระหนักถึงการทำหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และกรอบจริยธรรมแห่งวิชาชีพโดยเคร่งครัด พร้อมรับการตรวจสอบจากสังคม

ซึ่งในประเด็นนี้แถลงการณ์ของเครือข่ายวิชาชีพสื่อ ได้ไปขมวดไว้ในตอนท้ายด้วยว่า มีความตั้งใจและมีความมุ่งมั่นที่จะทำให้กลไกกำกับดูแลกันเอง ทางด้านจริยธรรมที่มีอยู่แล้วให้มีประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของการตรวจสอบจากสังคมและประชาชนนั้น แถลงการณ์ได้ขอร้องให้ประชาชนในฐานะผู้บริโภคข่าวสารมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และควบคุมการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนให้อยู่ในกรอบจริยธรรมอย่างเข้มข้น

โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่าข้อเสนอข้อนี้สำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งทุกอย่างตัดสินกันด้วยเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน
หากประชาชนรู้เท่าทันสื่อ และร่วมมือกันควบคุมสื่อ ที่ไร้จริยธรรมหรือทำผิดหน้าที่ อย่างเอาจริงเอาจัง จะเป็นมาตรการลงโทษทางสังคมที่รุนแรงที่สุด

ลำพังแค่ร่วมใจกันไม่บริโภค ไม่ซื้อ ไม่เปิดดู ไม่เปิดฟัง ทำให้ยอดจำหน่ายตกฮวบ หรือเรตติ้งร่วงอย่างแรงก็จะทำให้สื่อนอกลู่ที่ว่านั้นต้องเก็บไปคิดอย่างหนักแล้วละครับ

ยิ่งหันมาใช้กฎหมายต่างๆที่มีอยู่มากมายเพื่อเล่นงานสื่อที่ทำผิดจริยธรรมในเรื่องนั้นๆ ก็จะยิ่งทำให้สื่อมีความเกรงกลัวและระมัดระวังตัวที่จะไม่ทำผิดซ้ำซากขึ้นมาอีก

ขอให้เชื่อเถอะครับว่าไม่มีสื่อประเภทไหนที่ไม่เกรงกลัว หรือไม่แคร์ หรือกล้าอวดดีกับเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน

ที่แล้วมาประชาชนบางกลุ่มอาจจะไม่ทราบว่าเสียงของท่านมีความหมายต่อสื่อมวลชนมากถึงเพียงนี้…ผมก็ขอแจ้งให้ทราบไว้ว่าท่านนี่แหละครับ สำคัญที่สุด และสื่อกลัวที่สุด

ขอให้ออกมาตรวจสอบออกมาควบคุมการทำหน้าที่สื่อมวลชนอย่างเข้มข้นกันเถอะครับ นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

สำหรับประเด็นเรื่องการควบคุมกันเอง ผมก็เห็นด้วยว่าที่แล้วๆมาอาจจะยังไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

แต่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆเป็นลำดับ โดยเฉพาะในช่วงหลังๆ เมื่อองค์กรสื่อเริ่มหันมาใช้พลังประชาชนเข้ามาร่วมควบคุมมากขึ้น

สื่อก็เหมือนบุคคลหรือกลุ่มคนทุกอาชีพ ไม่ว่าในบ้านเรา หรือที่ไหนก็ตาม ย่อมจะมีคนนอกลู่ ดื้อรั้น หรือบางครั้งก็ถึงขั้นไร้จริยธรรม อย่างแท้จริงเข้ามาปะปนอยู่

ย่อมจะต้องใช้เวลาในการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงปรับปรุงให้ดีขึ้น เป็นของธรรมดา

ผมเห็นด้วยกับแถลงการณ์ของเครือข่ายสื่อฯฉบับนี้ เพราะครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องทุกด้านและสอดคล้องกับระบอบประชาธิปไตยของสากลโลก และเป็นข้อเสนอที่ผมเห็นว่าเป็นการ “ปฏิรูป” ทุกๆฝ่ายที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริง

ปฏิรูปทั้งรัฐบาลทั้งตัวสื่อเองและประชาชนคนบริโภคสื่อด้วย

ก็ขอฝากท่านรองนายกฯ ดร.วิษณุ เครืองาม ในฐานะผู้ประสานงานของรัฐบาลในเรื่องนี้รับไปพิจารณาด้วยนะครับ ในฐานะบุคคล ที่ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจสื่อดีที่สุดใน ครม.ชุดนี้.

“ซูม”
Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

ใครไม่กราบเรากราบ…ประชาชนแน่นลานพระรูป ร.5 ถวายบังคมคับคั่ง

ตามที่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้วงดุริยางค์ 4 เหล่าทัพประกอบด้วย กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และ วงดุริยางค์ตำรวจ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาบรรเลงเพลงเฉลิมพระเกียรติ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระปรีชาสามารถของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และให้ประชาชนที่มากราบสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ณ ลานพระราชวังดุสิต ให้ประชาชนได้ฟังทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 19.00 -21.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 เม.ย.60 เป็นต้นมานั้น

ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานเครื่องสักการะ รัชกาลที่ 5 จำนวน 700 ชุด เพื่อให้ประชาชนนำไปสักการะ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป โดยมีประชาชน พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต่างนำบุตรหลาน เดินทางมาลงชื่อขอรับพานดอกไม้พระราชทานที่เต๊นท์ฝั่งประตูสวนอัมพร จำนวนมาก

269013

และเมื่อเวลา เวลา 19.00 -21.00 น. วงดุริยางค์ราชนาวี กองทัพเรือ ได้บรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ และเพลงเฉลิมพระเกียรติ ในรูปแบบบิ๊กแบนด์ คือมีเครื่องดนตรี ประกอบด้วย เครื่องดีด สี ตีเป่า ครบวง รวมถึงเครื่องดนตรีไทยอีกหลายชนิด รวม 60 ชิ้น พร้อมนักร้อง และนักร้องประสานเสียง กว่า 130 คน โดยบทเพลงที่นำมาขับร้องในวันนี้ประกอบด้วย บทเพลงพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาทิ พระมหามงคล ยามค่ำ ใกล้รุ่ง แสงเทียน ไกลกังวล เป็นต้น และบทเพลงถวายความจงรักภักดี ประกอบด้วย เพลงคนบนฟ้า อยู่อย่างพอเพียง ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ฯลฯ โดยมีศิลปินรับเชิญพิเศษ อาทิ ร.ต.สันติ ลุนเผ่ นักร้องเพลงปลุกใจชื่อดังมาขับร้องในบทเพลงพระราชนิพนธ์อาทิ ความฝันอันสูงสุด ยอดนักรบกล้า เป็นต้น

สันติ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment

นิสิตเก่าจุฬาฯ สอนน้องสภานิสิต ให้รู้จักหน้าที่ของตนเองอย่าทำตัวเป็นสวะสังคม

สภานิสิต1สภานิสิต2

บทบาทหน้าที่ที่กำหนด..รู้หรือยัง?

วันนี้ค้นเข้าไปในเว็บไซต์ของจุฬาฯ เพื่ออยากทราบบทบาทหน้าที่และขอบเขตของสภานิสิตจุฬาฯ หรือที่เรียกชื่อย่อว่า ส.ภ.จ. ก็พบว่าในข้อบัญญัตินั้น กำหนดให้สภานิสิต มีหน้าที่กำกับดูแลการบริหารงานขององค์การบริหารสโมสรนิสิต (อบจ.) ให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อสภานิสิต รวมถึง พิจารณาและควบคุมการจัดสรรงบประมาณ ผลการใช้งบประมาณ การเงิน และบัญชีขององค์การบริหาร

สภานิสิตมีสมาชิกสามัญจากทุกคณะ คณะละ 3 คน โดยมีตำแหน่งหลัก 4 ตำแหน่งคือ ประธานสภานิสิต รองประธานสภานิสิตคนที่ 1 คนที่ 2 และ เลขาธิการสภานิสิต

เอาล่ะสิ!!! แล้วไอ้อีที่เป็นข่าวอยู่นี้มันกำลังทำเกินหน้าที่ตัวเองอยู่หรือเปล่า อย่างนี้สมควรจะเรียกว่าอะไร แค่หน้าที่ตัวเองมันยังไม่สำนึกรู้ พยายามจะเอาตำแหน่งแห่งที่มาห้อยท้ายชื่อตัวเองเพื่อหวังจะให้ดูดีมีราคาเวลาเป็นข่าวก็แค่นั้นแหละ กรุณากลับไปอ่านข้อบัญญัติให้ดีตีโจทย์ให้แตก ทำหน้าที่ตัวเองให้ถูกต้องเหมาะสมเสียก่อนแล้วหัดเรียนรู้ผู้อื่นว่ามีวัฒนธรรมองค์กรอย่างไร มีความเป็นมาอย่างไร อย่ามาอวดรู้อวดภูมิอันแสนบางเบา สุดท้ายจะกลายเป็นโชว์ความโง่ให้โลกรู้เสียเปล่า

ถ้ายังไม่รู้หน้าที่ที่ตัวเองควรทำให้ดีไม่ได้ อย่าเพิ่งแส่ไปทำหน้าที่ที่นอกเหนือจากที่มหาวิทยาลัยกำหนด เข้าใจไว้ด้วย..ก่อนที่คนอื่นจะมาเปลี่ยนชื่อเสียงเรียงนามใหม่นะคุณเศษสวะ…

ปล. ไม่ต้องเสียเวลาค้นเพราะแคปหน้าจอมาให้อ่าน ตัวหนังสือมีไม่มากคงไม่ยากจนเกินจะทำความเข้าใจ

สวะ

Posted in ไม่มีหมวดหมู่ | Leave a comment