เป็น ‘ผู้สร้าง’ จึงต้องถูก ‘ถางถาก’


เป็น ‘ผู้สร้าง’ จึงต้องถูก ‘ถางถาก’

รัฐบาล “พลเอกประยุทธ์” เหมือนคนทำนา!

๒-๓ ปีนี้ หลังขด-หลังแข็ง……..

ลุยโคลนจมครึ่งขา กระชุ่นควายให้ลากคราด-ไถ ปรับหน้าดิน ลงกล้า รอวันเติบ แล้วตกรวง

ดูนาหน้าคราดไถ ไม่มีอะไรเจริญหู-เจริญตา มีแต่เขละขละ น่ารำคาญ

บ้านเมืองตอนนี้ ก็เป็นดังนี้

เพราะตลอด ๑-๓ ปี ภายใต้รัฐบาล คสช.บริหาร เป็นอย่างที่พลเอกประยุทธ์พูด ตอนไปเปิดรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงเตาปูน-บางซื่อ เมื่อวาน (๑๑ ส.ค.๖๐)

“หลักการของรัฐบาล คือ แก้ของเดิม พร้อมทำของใหม่ไปด้วย ไม่ใช่จะกินบุญเก่าไปตลอด”

ฉะนั้น ที่มีเสียง “ค้าน-ต้าน-บ่น” ในเรื่องนั้น โครงการนี้ แทบทุกวัน นั่นหมายความว่า

เมื่อ คสช.เข้ามาเป็นรัฐบาล ก็ไม่ได้ “นั่งกิน-นอนกิน” กร่างอำนาจ-กร่างบารมี “รัฐบาลทหาร” ไปวันๆ

หากแต่ สัจจะ-จริงใจ กับงาน “แก้ปัญหาเก่า-สร้างอนาคตชาติใหม่” ตามยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ไม่เว้นว่าง

เพราะทำงาน จึงมีเสียง “ค้าน-ต้าน-บ่น” จากงาน ขรมแทบทุกวันนั่นปะไร!

ก็ต้องเข้าใจ………..

สังคมไทย เป็น “สังคมติดยึด” ไม่ปฏิเสธการเปลี่ยนแปลง เท่ากับชอบยกการเปลี่ยนแปลงในชาติอื่น มาย่ำชาติตัวเอง

ครั้นใครเข้ามาเปลี่ยนแปลงอะไรจากที่ตัวเคยชิน ดี-ไม่ดี, ใช่-ไม่ใช่ กูไม่รู้

แต่ขอกู “ค้านก่อน-ด่าก่อน-ติก่อน”!

เพราะแบบนี้ เมื่อบ้านเมือง “กินบุญ” ที่รัฐบาล “ป๋าเปรม” ไม่ตามใจสังคมติดยึดเหมือนตอนนี้ วางรากฐานเศรษฐกิจและสังคมไว้ให้ ๓๐-๔๐ ปีที่แล้ว หมดไป

รัฐบาลเลือกตั้งต่อๆ มา ก็ไม่ได้สร้างเติมเสริมต่ออะไร ที่มี ก็หนักไปทาง “สร้างเติม-เสริมกิน-ตัดแผ่นดินขาย”

ไทยจึงตกสภาพ “เสือกะบาก” ทางเศรษฐกิจและสังคม เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้าน อย่างที่เป็นอยู่ช่วงนี้

โชคดี ที่มีรัฐบาล คสช.เข้ามา………..

บริหารแบบ “ฟังเสียงประชาชน” ชนิด มึงด่า กูก็เด้งกลับไป พร้อมแก้ปัญหาเก่า-สร้างรากฐานอนาคตใหม่

แบบ “ไม่ตามใจ” พวก “สังคมติดยึด”!

ก็รอซัก ๕ ปี เถอะ……..

ให้กล้าที่รัฐบาลปักดำวันนี้เติบต้นระบัดรวง ทุ่งที่เคยดูเขลอะขละ ไม่สบายตา-สบายใจ ที่ใครต่อใครก่น-บ่น-ด่า

สะพรึ่บเป็น “ทุ่งเขียว” น้ำก็มา ปลาก็มี

ฟ้าครามสดใส นกกาถลาบินล่าแมลง ชาวประชาหญิง-ชาย เริงร่ายรำ กับ “บ้านเมืองสด-อนาคตใหม่”

ที่ “รัฐบาลประยุทธ์” ฝ่าเสียง “ค้าน-ต้าน-ด่า” ลุยโคลนปักดำลงกล้าอนาคตไว้ให้

แล้วพลเอกประยุทธ์ ก็จะเป็นอย่างที่ “ป๋าเปรม” เคยเป็นมาแล้ว

คือ………..

ไม่มีใครอยากจำว่า

“มาบตาพุดคอมเพล็กซ์” ที่ระยอง ปฐมแห่งอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอุตสาหกรรมต้นน้ำ เช่น ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ เหล็กและโลหะ โรงกลั่นน้ำมัน ที่ทำให้ไทยเข้าแข่งขันตลาดโลกได้ทุกวันนี้

-พลเอกเปรม คือผู้วางรากฐาน

ไม่มีใครอยากจำว่า………..

“ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง” ที่ศรีราชา-บางละมุงซึ่งริเริ่มพร้อมสนามบินสุวรรณภูมิ ในยุคจอมพลสฤษดิ์ เมื่อปี ๒๕๐๔

ที่สำเร็จเป็น “ท่าเรือน้ำลึก” ขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ “เส้นเลือดหลัก” ของชาติทุกวันนี้

-พลเอกเปรม คือผู้สานสร้างสู่สำเร็จ

ไม่มีใครอยากจำว่า……….

ที่ไทยมีวลี “โชติช่วงชัชวาล” ได้มาจากงานบุกเบิก ขุดเจาะ-สำรวจ แหล่งก๊าซ-แหล่งน้ำมัน จนไทยยืนบนขาตัวเองได้ทุกวันนี้

-พลเอกเปรม คือผู้ให้กำเนิด

กระทั่ง ทางด่วน รถไฟฟ้า การตัดถนนเส้นใหม่ๆ ในกรุง อย่างเช่น ถนนเลียบด่วน “อาจณรงค์-รามอินทรา” กระทั่งวงแหวนรัชดาภิเษก

นั่นก็ ไม่มีใครอยากจำว่า………

-พลเอกเปรม แผ้วถางเป็นทางไว้ให้!

นายกฯ ประยุทธ์จงเข้าใจและทำใจเถอะ แล้วก้มหน้า-ก้มตาฝ่าเสียงบ่นก่นด่า ถากถางเส้นทางอนาคตใหม่ไว้ให้สังคมชาติเถิด

ไม่เคยได้ยินมนุษย์ไหนชมว่า “ตมดี”

มีแต่คนชมและชื่น “บัวสมบูรณ์” ที่เบ่งบาน

ทั้งที่บัว บานได้-สมบูรณ์ได้…….

เพราะ “ตม” นั้น บ่มให้สมบูรณ์แท้ๆ

ก็ฉะนี้แหละ ความดีของคน จึงหาได้จากในหนังสืองานศพเท่านั้น!

เมื่อวาน นายกฯ ประยุทธ์แก้ “เส้นทางสายกุด” ให้รถไฟฟ้าระหว่างสถานีเตาปูน-บางซื่อไปแล้ว

ผมอยากเสนอ “มุมมอง” ด้านจราจรเมืองกรุงในทางบริหารปัญหาสักเล็กน้อย เผื่อท่านอยากทำบุญกับชาวบ้านเพิ่มเติม

คือปัญหาทุกวันนี้ “น้ำท่วมเมือง” ยังไม่สาหัสเท่า

“รถท่วมถนน”!

มาปี-สองปีนี้ ยิ่งมีรถใต้ดิน-บนดิน ยิ่งบ่นเศรษฐกิจฝืด แต่รถยนต์

ยิ่งเพิ่ม “แน่นถนน” ทุกวัน

ก่อนๆ ยังมีเว้นเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ แต่ตอนนี้ การจราจรด้วยรถราในท้องถนน ไม่มีเสาร์-อาทิตย์ ไม่มีวันหยุดราชการ คือติดแน่นทุกวัน ยิ่งวันหยุด โดยเฉพาะวันก่อนวันหยุด จะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ

อย่างศุกร์เมื่อวาน ก่อนหยุดต่อเนื่อง “เสาร์-อาทิตย์-จันทร์” ยิ่งขึ้นทางด่วน ต้องบอกว่า “ด่วนบรรลัยโลก”!

เซาเปาลู ขนาดพอๆ กับกรุงเทพฯ คนประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน เป็นเมืองเศรษฐกิจใหญ่สุดของบราซิล ได้ชื่อเป็นเมือง “รถติด” อันดับโลก

ไปไหนๆ เขาประกาศเลย ต้องบวกเวลาเผื่อการจราจรไว้ครึ่งชั่วโมง

แต่ของไทย “ในกรุงเทพฯ” ต้องบวก ๑-๒ ชั่วโมง เป็นมัชฌิมา!

ไม่ต้องจาระไนว่า ระบบจราจรเมืองกรุงทุกวันนี้ พร่าผลาญเศรษฐกิจประเทศไปเปล่าๆ ปีละกี่แสนล้าน เป็นล้านล้านด้วยซ้ำ

ไม่โทษใครหรอก ………

และไม่ใช่ปัญหาที่จะโยนให้ฝ่ายไหนโดยเฉพาะเป็นผู้แก้

ต้องยอมรับว่า สังคมประเทศเรา โดยเฉพาะกรุงเทพฯ หมู่บ้านจัดสรรและชาวบ้าน ต่างเป็นผู้วาง-ผู้กำหนด “ผังเมือง” กันเองตามใจชอบมาตลอด

ต่อให้มีรถใต้ดิน-บนดิน-รถเหาะอีกร้อยสาย ตัดถนนเพิ่มอีกร้อยถนน ก็ทำให้รถยนต์ในถนนลดน้อยลงไม่ได้

รถยนต์ เป็นดัชนีวัดทั้งสังคมและเศรษฐกิจไปแล้ว ฉะนั้น การแก้ปัญหาด้วยการลดจำนวนรถ เป็นโจทย์ตั้งผิด

การ “บริหารปัญหา” จราจรให้ลื่นไหล จะถูกต้องกว่า “แก้ปัญหา” ให้รถหายไปจากท้องถนน

แต่ตัวที่ต้องแก้จริงๆ คือ “ตำรวจจราจร”

เพราะการจราจรที่ติดขัดมากวันนี้ บอกได้เลย ปัญหาส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็น “ส่วนใหญ่”……..

มาจาก “ตำรวจจราจร” เอง!

ภาพพจน์ตำรวจเสียมากทุกวันนี้ ชาวบ้านจะทำสงครามกับตำรวจ เชื้อก็มาจาก “ตำรวจจราจร” นี่แหละ

เพราะอะไร?

เพราะปรัชญาการทำหน้าที่ของตำรวจจราจรวันนี้ มันเปลี่ยนไป จากเดิม ที่คอยอำนวยความสะดวกทางการจราจรในท้องถนนไม่ให้ติดขัด

เดี๋ยวนี้ ไม่ใช่แล้ว!?

กลับหนักไปทาง “ดักซุ่ม-สุ่มจับ” เรียกว่าคอยเพ่งเล็ง “จับผิด” คนขับรถ เพื่อ เอาผิด-เอาโทษ-เอาปรับ

จราจรแน่น-ไม่แน่น กูไม่สน เรียกจับคัน ก็คาถนนทะเลาะ-ต่อรองให้มันติดวินาศสันตะโรไปถึงยมโลก

แค่ฟองอากาศในเส้นเลือด คนยังตาย แต่นี่ ตำรวจจราจรจับรถคาถนนนานทีละเกือบครึ่งบางทีเกินครึ่งชั่วโมง เมื่อเจอคนขับเคี้ยวยาก

คิดดู…มันจะยิ่งติดขนาดไหน?

การจราจร กลายเป็น “ธุรกิจ” สร้างรายได้หลักให้ตำรวจจราจรมากไปแล้ว

งานเพื่อการจราจรไม่เน้น กลับไปเน้น งานนายตรวจขนส่งทางบก นายตรวจสรรพสามิต-สรรพากร กระทั่งศุลกากร และงานประกันภัยกับรถตามถนน

ลงทุนด้วยเทคโนโลยีใหม่ ติดตั้งกล้องตามถนน ตามแยก นั่นก็ไม่ใช่เพื่อแก้ปัญหาจราจรหรืออำนวยความสะดวกการจราจร

แต่เพื่อ “ถ่ายรูป” เอาเงินค่าปรับแพงๆ จากรถที่ทำผิดกฎ!

โจรต้องพกปืนเป็นอาวุธ แบบไหน ตำรวจจราจรยุคนี้ ต่างพก “ใบสั่ง” เป็นอาวุธประจำกาย แบบนั้น

มันเป็นการหากินโดยสุจริตทางกฎหมาย แต่ไม่สุจริตทางหน้าที่มากเกินไปแล้ว

แต่ละเดือน ตำรวจจราจร ได้ส่วนแบ่งเปอร์เซ็นต์จากเงินค่าปรับเป็นล่ำ-เป็นสัน เพราะอย่างนั้น จึงขยันจับ

แต่ไม่ขยันทำหน้าที่ทางจราจร!

ในกรุงเทพฯ ผมเสนอให้ “ยุบงานจราจร” จากตำรวจ ไปให้ กทม.แต่ละเขตเขาทำแทน จะตรงตัวกว่า

สาม-สี่วันที่แล้ว จากซอยย่านคลองเตยทะลุสุขุมวิท ปกติช้าสุด ๕ นาทีก็ทะลุ แต่นี่ ๑ ชั่วโมงกว่า ยังแหงก

ฝรั่งคนหนึ่งทนไม่ไหว ……

โดดจากรถ ลงมาทำหน้าที่ตำรวจจราจร โบกรถจากซอยแยกซอยให้ทางโน้นไป-ทางนี้หยุด นั่นแหละ รถเป็นปึกจึงเขยื้อนได้

ถ้ามีตำรวจจราจรเพื่อคอยจับ มีไปทำไม เลิกไปเลย!

แต่ถ้ามีเพื่อคอยบริหารปัญหาการจราจรในท้องถนน มุ่งแก้ ไม่ใช่มุ่งจับ ให้ กทม.แต่ละเขต เขาทำได้ เอาตำรวจไปจับโจรเถอะ

ฝากท่านประธานปฏิรูปตำรวจ “พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์” พิจารณาด้วยครับ.

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply




Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com