เมื่อ “ตำรวจเมากระทิงแดง”


ถ้าจะปฏิรูประบบตำรวจกันจริงๆ ต้องปฏิรูป “ระบบอัยการ” ด้วย

ไม่ใช่แค่ตัดผุ “เฉพาะตำรวจ” อย่างที่กำลังทำอยู่!

เพราะตำรวจ-อัยการ ทำงานกฎหมายภายใต้ปรัชญาเดียวกัน

“ผดุงความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์รัฐ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน”

ในงานบังคับใช้กฎหมายนั้น ตำรวจเป็นต้นน้ำ อัยการเป็นกลางน้ำ ทุกคดีความ กว่าจะไปสู่ปลายน้ำคือ “ศาล” ได้

“ชี้เป็น-ชี้ตาย” อยู่ที่ตำรวจ อัยการนี่แหละ!

ในความที่ “ตำรวจ-อัยการ” ความสัมพันธ์งานระโยง-ระยางกันอยู่ ที่ว่า “ไก่เห็นตีนงู-งูเห็นนมไก่” เป็นอย่างไร สององค์กรนี้ ก็ประมาณนั้น

ดังนั้น……….

เพื่อไม่ให้รื้อตรงนี้ แล้วไปติดตรงนั้น ในการปฏิรูป ก็ควรเอาทั้ง ฝ่ายจับ-ฝ่ายสืบ-ฝ่ายสอบ มาแลร่วมกันไปทีเดียวเลย

ไม่อย่างนั้น ถึงปฏิรูปตำรวจแล้ว “ดรามาสำนวนคดี” อย่างวานนี้ ก็จะมีประจานความต่ำตมของกระบวนการกฎหมายไทยไปทุกภพ-ทุกชาติ!

คดี “บอสกระทิงแดง” นั่นไง

ชาวบ้าน-ชาวโลก ดื่ม “กระทิงแดง” แล้วคึก

มีตำรวจไทยเท่านั้น ดื่มแล้วเมา แค่คดีลูกมหาเศรษฐีกระทิงแดงขับรถชนตำรวจตาย

๕ ปีแล้ว ยังขี้คาตูด ปล่อยขาดอายุความ “ทีละคดี-สองคดี จาก ๓ ตอนนี้ เหลือแค่คดีเดียวมั้ง?

แถมตำรวจโยนอัยการ-อัยการโยนตำรวจ

ชาวบ้านพูดได้คำเดียว………..

“กูไม่งงหรอก”

แต่กู “อาย” การทำหน้าที่ “ผดุงความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์รัฐ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน”

ของตำรวจและอัยการ!

เมื่อวาน (๑๐ ส.ค.๖๐) “อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ” ออกข่าว ใจความ ว่า

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ส่งเอกสารคำร้องขอตัวผู้ร้ายข้ามเเดนของ “นายวรยุทธ อยู่วิทยา” หรือบอส

ผู้ต้องหาขับรถชน “ด.ต.วิเชียร กลั่นประเสริฐ” ตำรวจ สน.ทองหล่อตาย เมื่อ ๓ กันยา.๕๕ มาให้อัยการ สำนักงานต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว

แต่ในเอกสารไม่ได้ระบุแหล่งที่อยู่ ประเทศ ที่ผู้ต้องหาหลบหนี

อัยการสำนักงานต่างประเทศ ยังคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้

ต้องรอให้ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ระบุที่อยู่เป็นหลักแหล่งของผู้ต้องหามาก่อน

อธิบดีอัยการ ยังบอกด้วยว่า……..

ที่ผ่านมาได้พูดคุยหารือและประสานงานกับกองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมาตลอด

หากล่าช้า อาจไม่สามารถนำตัวผู้ต้องหามาส่งฟ้องได้ เนื่องจากข้อหา “ไม่หยุดรถให้ความช่วยเหลือ”

จะหมดอายุความในวันที่ ๓ กันยา.๖๐ ที่จะถึงนี้!

ยังเหลือแต่ข้อหา “ขับรถประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ที่มีอายุความ ๑๕ ปี ข้อหาเดียว

ครับ…ทำความเข้าใจกันก่อน………

ในขั้นตอนนี้ “อธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ” ท่านไม่เกี่ยวกับคดีในขั้นตอน “ต้นน้ำ-กลางน้ำ”

สำนักงานต่างประเทศ เพียงรับหน้าที่ “แก้มลิง” ที่ตำรวจ-อัยการเจ้าของสำนวนคดีแต่ต้น ผลักน้ำพ้นตัวลงมากองไว้เท่านั้น!

ก็แค่คดี “ขับรถชนคนตาย” ธรรมดา ไม่มีอะไรซับซ้อน

นอกจาก “จิตสุจริต” ของตำรวจเท่านั้นที่ “ซับซ้อน”?

ตำรวจทองหล่อ (ยุคนั้น) ทำคดีมา ๕ ปี ไม่เสร็จ ขาดอายุความไปแล้ว ๒ คือ

ข้อหา “ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด” กับข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย”

ส่วนข้อหา “ชนแล้วหนี” ก็อย่างที่ท่านอธิบดีอัยการฯ บอก จะขาดอายุความวันที่ ๓ กันยา.ที่จะถึง

ถ้าไม่ได้ตัวผู้ต้องหา “นายวรยุทธ” มาฟ้องก่อน ๓ กันยา. ก็จบไปอีกคดี!

สรุปแล้ว ที่แน่ๆ ยังเหลือคดีเดียว คือข้อหา “ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย”

อันนี้โทษหนักหน่อย สูงสุด ๑๐ ปี

ที่สำคัญ มีอายุความ ๑๕ ปี หมายความว่า นายบอส-กระทิงแดง ถึงไปลั้ลลาที่ไหน

ก็ยังจะมีชนักปักคาหลัง ชนิด “เงินง้างไม่ออก” ติดตัวไปอีกนานพอสมควร!

พฤติกรรมการทำคดี “บอสกระทิงแดง” ไม่ใช่คำตอบถึงความสุจริตโปร่งใสในการทำหน้าที่ของตำรวจไทย

หากแต่เป็น “ตราประทับ” รับรอง ตำรวจไทยคู่คอร์รัปชัน เอาอะไรมาล้างก็ไม่ออก สนั่นไปทั้งโลก!

คดีนี้ ตำรวจด้วยกันแท้ๆ ตาย แทนที่ตำรวจจะเจ็บร้อนแทนกัน ไม่ต้องอะไรมาก แค่ดำเนินคดีไปตรงๆ ก็ล้ำโลกตำรวจไทยแล้ว

ที่ไหนได้……….

ตำรวจกลับ “กินตำรวจ” กันเอง มันเจ็บปวดจริงๆ!

ก็รู้กันอยู่ ว่าผู้ต้องหาเฮฮาในร้านข้าวต้มจนสว่าง ขับรถกลับบ้าน ด้วยความเร็ว ๑๗๐ กม./ชม. ชนตำรวจลากศพยาวไปตามถนน แล้วขับหนีเข้าบ้าน

เมื่อได้ตัวผู้ต้องหา แทนที่จะส่งตรวจแอลกอฮอล์

กลับไม่ส่ง อ้างในการสั่งไม่ฟ้องในข้อหานี้ ว่า ผู้ต้องหา “เมาหลังขับ”

พ่อคุณเอ้ย….ไม่รู้จะพูดยังไง ให้ชำแรกหนังเข้าถึงเนื้อได้?

ยิ่งย้อนดูตอนตามไปจับที่บ้าน……..

ข่าวตึงตังทั้งเมือง แต่นายตำรวจทองหล่อ ยังกล้านำคนในบ้านมาให้รับสมอ้าง “เป็นคนขับ”!

ดูแล้วกัน ไม่ต้องพูดด้านผู้ทำหน้าที่ “รักษากฎหมาย” ดูแค่จิตใจคนเป็น “นายกับลูกน้อง” ตัวเองก็พอ

ตำรวจลูกน้องตัวเองตาย กลับ “ขายศพลูกน้อง” ให้กับผู้ต้องหาซึ่งๆ หน้า

แบบนี้ ไม่ต้องถามหา “ความสุจริต” ต้องถามหา “ความเป็นคน” กันเลย!

มันมีความเป็น “ผู้รักษากฎหมาย” อยู่ตรงไหน ให้ประชาชนมุ่งหวังได้ กับตำรวจที่กินกระทั่งเนื้อตำรวจกันเองต่อหน้าประชาชน?

ครั้นสำนวนคดีจากตำรวจถึงอัยการ……….

บอส-กระทิงแดง อ้างติดธุรกิจต่างประเทศบ้าง ป่วยบ้าง เลื่อนเข้าพบอัยการครั้งแล้ว-ครั้งเล่า

และอัยการก็อนุญาต จากปี เป็นสองปี สามปี จนขณะนี้ เข้าปีที่ห้า บอสก็ยังติดธุรกิจต่างประเทศอยู่

อย่าว่าแต่คนไทย ที่ได้แต่ปลงกันไปวันๆ ว่า “คุกตะรางมีไว้ขังคนจนกับหมา” เท่านั้นเลย

สำนักข่าวต่างประเทศ “เอพี” ยังทนขยะแขยงไม่ไหว นำภาพนายบอสที่ว่า “ติดธุรกิจในต่างประเทศ”

ตีแผ่ประจาน (ตำรวจ-อัยการ) ไปทั้งโลก…………

เป็นภาพนายบอส “ผู้ต้องหา” บินรอบโลกด้วยเครื่องบินเจ็ตเรดบูล ไปนั่งเก้าอี้ชั้น VIP ดูแข่งรถฟอร์มูลาวัน เชียร์ทีมของตัวเอง

พักผ่อนในรีสอร์ตหรูของตระกูลที่หลวงพระบาง ลอยเรือสำราญในอ่าวโมนาโก เล่นสโนว์บอร์ดบนหิมะพาวเดอร์ในญี่ปุ่น

ฉลองวันเกิดที่ภัตตาคารหรูของเชฟระดับมิชลินสตาร์ กลางกรุงลอนดอน

ดำผุดดำว่ายในสระน้ำหรูกลางกรุงอาบูดาบี ดินเนอร์ในเมืองนีซ ฝรั่งเศส และ …ฯลฯ…….

จนไฟที่ลนก้นลามไปถึงขนนั่นแหละ………

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” วันนี้ จึงทำหนังสือแบบ “โยนขี้ให้พ้นตัว” ไปถึงอธิบดีอัยการ สำนักงานต่างประเทศ

“ขอตัวผู้ร้ายข้ามเเดน”

เป็นการขออย่างที่อธิบดีบอกว่า “ในเอกสารไม่ได้ระบุแหล่งที่อยู่ ประเทศ ที่ผู้ต้องหา “นายบอส” หลบหนี”

ดังนั้น คำตอบจากอธิบดีอัยการฯ ถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีว่า……..

“อัยการสำนักงานต่างประเทศ ยังคงไม่สามารถดำเนินการอะไรได้

ต้องรอให้ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ระบุที่อยู่เป็นหลักแหล่งของผู้ต้องหามาก่อน

กูไม่ขรรม……

แต่กูอายยยยยแทนประเทศ!

ที่หยิบเรื่องเก่ามาคุยวันนี้ ต้องการบอกคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจว่า “คดีบอส-กระทิงแดง”

คือคำตอบ “ระบบตำรวจ-ระบบอัยการ” ปัจจุบัน

และระบบตำรวจ-ระบบอัยการปัจจุบัน กำลังเป็นคำถามถึง “ความโปร่งใส” ประเทศ

ว่าสององค์กรนี้ “ผดุงความยุติธรรม รักษาผลประโยชน์รัฐ คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพประชาชน” จริงหรือ?

ฝาก “พลเอกบุญสร้าง เนียมประดิษฐ์” ที่ผมเชื่อถือ ในฐานะประธานคณะปฏิรูปตำรวจด้วย

คณะกรรมการโดยตำแหน่งมีทั้ง มหาดไทย, ยุติธรรม, ศาล, อัยการ และคณะกรรมการฝ่ายรัฐบาล มีตำรวจตั้ง ๑๕ นาย

ช่วยนำคดี “บอส-กระทิงแดง” มาเป็น “คดีศึกษา” ทีเถอะ!

ตั้งคณะ “ศึกษา-วิเคราะห์-วิจัย” แยกธาตุ-แยกส่วน ให้ประจักษ์ด้วยความจริง

ว่าที่ตำรวจมีภาพเป็น “สำนักโจรในเครื่องแบบแห่งชาติ” ทุกวันนี้ มันจากตรงไหน เพราะอะไร?

ผลวิจัย จะได้ช่วยการปฏิรูปตำรวจได้ตรงประเด็น

และที่สำคัญ อยากเรียน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อไม่ต้องเจอข้อหา “ละเลยการปฏิบัติหน้าที่” ทีหลัง

ต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนการทำหน้าที่ของตำรวจผู้เกี่ยวข้องคดีทั้งหมดด้วย

เพราะไม่มีคดีไหน บัดสี-อัปยศ-คาตา-คาปาก-หนังหนา-หน้าด้าน-น่าขยะแขยง

ตอกย้ำ “คนจนเท่านั้นที่ต้องติดคุก” เท่าคดี “ตำรวจกินกระทิงแดง” แล้วเมาเสียผู้-เสียคนนี้อีกแล้ว!.

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply




Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com