“ลอกทองจากหน้ากากธรรม” : เปลว สีเงิน


“อนันต์ อัศวโภคิน” นี่…ไอดอลผมเลย!

ไม่แปลกใจ……….

ที่รวยติดอันดับ “มหาเศรษฐีโลก” และไม่เก่งแค่ศาสตร์อสังหาริมทรัพย์ หากแต่ในศาสตร์พูดจาวาทศิลป์ด้วยกันแล้ว ต้องบอกว่า

ธัมมชโยเข้าคุกเมื่อไหร่?

“อนันต์ อัศวโภคิน” โกนหัวซะหน่อย ขึ้นเป็นเจ้าอาณาจักรจานบินสืบต่อได้เลย!

ไม่เชื่อก็ลองฟังอนันต์ร่ายมนต์สะกดบรรดาสาวกธรรมกายนี่ดูก็ได้……….

“…………ผมบริจาคเงินก้อนสุดท้ายที่มีอยู่เนี่ย ไม่แน่ใจว่าควรจะส่งลูกต่อมั้ย เพราะลูกเรียนอยู่เมืองนอก หรือคุณจะเอาเงินก้อนนี้ไปจ่ายดอกเบี้ยแบงก์

เผอิญนึกขึ้นมาได้ว่า………

วัดเนี่ยกำลังจะสร้างหอค้ำฟ้า ผมจึงเอาเงินก้อนสุดท้ายในบัญชีเนี่ยไปบริจาค บริจาคให้วัดทั้งหมดเลย (หน้าม้า..สาาาาาาธุ) โดยคิดว่า เดี๋ยวต้องหาทางออกให้ลูกเราเองนะครับ

วันนี้ บริจาคขนลุกไปหมด น้ำตาไหล มีความรู้สึกว่าน้ำตาไหล คือว่า มันไม่มีตังค์จะบริจาคแล้วอ่ะ ไม่รู้ดีใจหรือเสียใจนะครับ

คือมันมีความรู้สึกว่า มันไม่มีอะไรต้องห่วงแล้ว เงินมันหมดแล้วอ่ะ จะบอกว่าเรามี มันก็ไม่มีแล้ว

ฉะนั้น การบริจาคนี้ ในวันนี้ จำได้จนตายเลยว่า..โอโห เราปลื้มมาก ปลื้มมากว่า

เงินก้อนนี้เราไม่ห่วงใครอีกแล้วนะครับ ขอให้เกิดประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาเท่านั้นเอง ก็บริจาคไปนะครับ……….ฯลฯ………..

อยากให้หลวงพ่อท่านปลื้มมั้ยครับ (หน้าม้า….อยากกกคร้าบบบ)

หรือจะให้ท่านเหี่ยวต่อ?

ฉะนั้น วันนี้พวกเรา ปิดบัญชีกันมั้ยครับ? (หน้าม้า…ดีคร้าาาาบ)

ผมก็เพิ่งทำไปเมื่อกี้เนี่ยล่ะครับ ถ้าจะปิดบัญชีต้องตอบให้ทราบนะครับ เดี๋ยวนี้ไม่ได้ทำบุญปีละเป็นร้อยแล้วนะครับ ทำบุญมากกว่านั้นเยอะ เพราะว่ายอมเลิกหมดทุกอย่างนะครับ ลูก-เลิก ก็ไม่เอาหมดแล้ว (ตบมือเกรียว)

“ฉะนั้น พวกเราก็…อยากเห็นหน้าหลวงพ่อท่านยิ้มและปลื้มมั้ยครับ?”

(หน้าม้า…อยากกกกคร้าาาาบ)

“เราปิดบัญชีกันมั้ยครับ?”

(หน้าม้า….ปิดคร้าาาาบ)

“ปิดนะครับ…ไม่เม้มนะครับ”

(หน้าม้า….ไม่เม้มคร้าาาาบ)

“ไม่เม้มนะครับ……ขอบพระคุณมากครับ”

(สาวก….สาาาาาาธุ)

“อนุโมทนาบุญทุกท่านนะครับ”

ผมก็ขนลุก น้ำตาไหลกับ “หลวงพ่อตึ๋ง” เหมือนกัน

ผีบุญ “ธัมมชโย” มาในปาง “ชิตัง เม โป้ง…รวย” หลอกกินไปทีละคำ

แต่หลวงพ่อตึ๋ง เนียนเข้าเนื้อกว่า ไม่เหลือแม้กระดูกไว้ให้

“โป้ง…ปิดบัญชี”

แถมย้ำ “ไม่เม้มนะครับ” เรียกว่า เอากันทีเดียว “หมดตูด-หมดตัว” ไปเลย!

ตอนนี้ นายอนันต์คงน้ำตาไหล ด้วยปลื้มไปจนตายสมปรารถนา อย่างที่ตัวเองว่า ลูกเต้าก็ไม่ต้องห่วงแล้วนั่นแหละ

เพราะ DSI จัดเต็มให้แล้ว “ทั้งลูก-ทั้งพ่อ”!

โดย “อลิสา” ลูกสาว ยังอยู่ในระยะรันอิน เพียงถูก “อายัด” ที่ดิน ๘ ไร่ อันเป็นที่ตั้ง “อาคารบุญรักษา” ในอาณาจักรจานบิน

คือบุญยังไม่แก่กล้าถึงระดับได้รับข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” เหมือนพ่อ เพียงแค่ถูกอายัดไว้ตรวจสอบ

ภายใน ๙๐ วัน ต้องหาหลักฐานไปเคลียร์ดีเอสไอถึงที่มา-ที่ไปของการได้มาซึ่งที่ดินผืนนี้ให้ได้

เคลียร์ได้คัต ก็แล้วไป……..

ถ้าคัตแต่ไม่เคลียร์ ด้วยอานิสงส์อันประเสริฐ จะได้เลื่อนชั้น จากอายัดเป็นยึด!

ดุสิตบุรี หรือนิมมานนรดี ไม่ต้องปง-ไปหรอก ไปศาลในข้อหา “สมคบกันฟอกทรัพย์” ชั้นเดียวกับพ่อนั่นแหละ

อานิสงส์ “โป้ง…ปิดบัญชี” มีเท่าไหร่ถวายหลวงพ่อหมด นับว่าแรงมาก ส่งผลทันใจ เห็นดีเอสไอนัดไปมอบตัวต้นเดือนมิถุนา

ไปตอบคำถามเรื่องที่ดินคลองหลวง ปทุมธานี อีกแปลง ที่ “นายอนันต์-นายศุภชัย-ผีบุญธัมมชโย”

อยู่ในข่ายเอาเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นมาซื้อ แล้วเล่นนิ้งหน่อง โยนซื้อ-โยนขายกันไป-กันมา

ลูกเล่นเข้าตาดีเอสไอ แบบนี้ มันน่าใช่ ร่วมกันฟอกเงิน?!

เรื่องนี้มันยาว……….

ดีเอสไอ “เอาจริง-ทำจริง” ถือเป็นบุญใหญ่ของแท้ ตายวันไหน ได้ขึ้นสวรรค์ชั้นดุสิตบุรีวันนั้นกันทุกคน

มีสหกรณ์อีก ๕๐-๖๐ แห่ง ระโยง-ระยาง กับก้อนเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ที่นายศุภชัยผันมาปั่นบุญในอาณาจักรจานบิน

แม้กระทั่งเงิน “สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ” ก็เหอะ

สหกรณ์ไหนๆ ก็อยากเอามาฝากคลองจั่น นัยว่ามีเงินล่อใจปากถุงให้ถึง ๑๐% ส่วนตัวตะหาก!

สาวให้จริงเหอะ จะเจอนายพลทหาร-ตำรวจและนักการเมือง ทั้งในและนอกระบอบทักษิณนัวเนีย

มันเข้ายุค “ทองลอก” ด้วยอิทธิพล “เสาร์เช็กบิล” ขลังจริงกว่ามนต์สมี

ใครจะไปนึก มหาเศรษฐีด้านอสังหาริมทรัพย์รวยอันดับโลกอย่างนายอนันต์ จะมีวันที่สังคมโลกจะถาม

ไหนว่า “ปิดบัญชี ไม่เม้ม”?

แล้วรวยติดอันดับโลกนี้ รวยจากทำมาหากิน หรือรวยจากเงินหลวงพ่อ-แม่ชี หรือจากขายค้อน ชิตังเม โป้ง รวย?

เส้นทางสายไหมใหม่ One Belt-One Road ของจีน ยังมีมูลค่าแค่ ๔.๓ ล้านล้าน

แต่ “อาณาจักรจานบิน” ที่นายอนันต์เข้าไปโยงใย มีมูลค่าตั้ง ๔.๔ ล้านล้าน

จีนก็ยังชิดซ้าย “ไผเป็นไผ” รู้ซะมั่ง?

ครับ…วันนี้ มากะพระ พอดีไปอ่านเว็บ “ลานธรรม วัดสังฆทาน” ได้ความรู้ใหม่ มีคุณ-มีค่า กับพุทธศาสนิกมาก

คือเมื่อวาน “วันพฤหัสบดีที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๐” วันพระ แรม ๘ ค่ำ เดือน ๖

เป็นวัน “อัฏฐมีบูชา”

คือ “วันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ” หลังจากพระพุทธองค์ปรินิพพานเมื่อ ขึ้น ๑๕ ค่ำ กลางเดือน ๖ คือเมื่อวันวิสาขบูชาที่ผ่านมานั่นแหละ

ยอมรับว่า “ผมลืม” และละเลยวันนี้ไป

มาจำได้ก็ตอนอ่านลานธรรม วัดสังฆทาน ไม่ทราบว่า “ลืมเฉพาะผม” หรือท่านอื่นก็ด้วย

ดังนั้น ก็ขออนุญาต “คัดลอก” เพื่อประโยชน์ร่วมกัน ดังนี้

เนื่องด้วยอัฏฐมีคือวันแรม ๘ ค่ำ แห่งเดือนวิสาขะ (เดือน ๖) เป็นวันที่ถือกันว่า ตรงกับวันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระ

เมื่อถึงวันนี้แล้ว พุทธศาสนิกชนบางส่วน ผู้มีความเคารพในพระพุทธองค์ มักนิยมประกอบพิธีบูชา ณ ปูชนียสถานนั้นๆ

วันนี้จึงเรียกว่า “วันอัฏฐมีบูชา”

ประวัติความเป็นมา

เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จปรินิพพานแล้ว ๘ วัน มัลลกษัตริย์แห่งนครกุสินารา พร้อมด้วยประชาชน และพระสงฆ์อันมีพระมหากัสสปเถระเป็นประธาน

ได้พร้อมกันกระทำการถวายพระเพลิงพุทธสรีระ ณ มกุฏพันธนเจดีย์แห่งกรุงกุสินารา

วันนั้น เป็นวันหนึ่งที่ชาวพุทธต้องมีความสังเวชสลดใจ และวิปโยคโศกเศร้าเป็นอย่างยิ่ง

เพราะการสูญเสียแห่งพระพุทธสรีระ (เผาศพ-เปลว) เมื่อวันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๖ ซึ่งนิยมเรียกกันว่าวันอัฏฐมีนั้น เวียนมาบรรจบแต่ละปี

พุทธศาสนิกชนบางส่วน โดยเฉพาะพระสงฆ์และอุบาสก-อุบาสิกาแห่งวัดนั้นๆ ได้พร้อมกันประกอบพิธีบูชาขึ้น เป็นการเฉพาะภายในวัด

เช่น ที่ปฏิบัติกันอยู่ใน “วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏิ์” เป็นต้น

แต่จะปฏิบัติกันมาแต่เมื่อใด ไม่พบหลักฐาน ปัจจุบันนี้ก็ยังถือปฏิบัติกันอยู่

ครับ…..

เมื่อทราบกันเช่นนี้ จะปฏิบัติบูชา ด้วยเจริญสติ หรือสักการบูชา ด้วยศรัทธาเจริญ

เชิญทุกพุทธศาสนิก “น้อมธรรม” และ “น้อมทำ” เถิด.

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply




Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com