เรื่องตลก สตง.จี้สรรพากร เก็บภาษีนักการเมือง

111

โดย ลม เปลี่ยนทิศ

(บทความจาก ไทยรัฐออนไลน์)

เป็นเรื่องตลกที่ขำไม่ออก เมื่อ คุณพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ออกมาจี้ กรมสรรพากร ให้ เก็บ ภาษีการขายหุ้นชินคอร์ป 16,000 ล้านบาท ที่กำลังจะหมดอายุความ ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ จน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องนำเรื่องเข้า ครม. สั่งให้ กรมสรรพากร รีบประเมินภาษีด่วน

ถัดมา ผู้ว่าการ สตง. ก็ออกมาจี้ กรมสรรพากร อีก ให้เก็บภาษีนักการเมืองที่ร่ำรวยเกินบัญชีทรัพย์สินกว่า 60 คน ในรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ยังไม่มีคำตอบจาก คุณประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร จะดำเนินการอย่างไร แต่กับ “ประชาชน” ทั่วไป กรมสรรพากร ไล่เก็บภาษีทุกบาททุกสตางค์อย่างเข้มข้นจนไร้เหตุผล วันก่อนเพื่อนที่ทำ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ซึ่งกำลังอยู่ในขาลง หนังสือพิมพ์ นิตยสาร ปิดตัวจำนวนมากเพราะขาดทุน ที่เหลือก็กระเสือกกระสนกันไป เขาเล่าให้ฟังว่า บริษัทเป็นสำนักพิมพ์ ขอคืนภาษีที่เสียเงิน 1,000 กว่าบาท เลยโดนเรียกสอบ ถูกถามว่าเก็บสต๊อกหนังสือจำนวนมากทำไม ก็หนังสือมันขายไม่ได้ ไม่มีคนซื้อ ก็ต้องเก็บไว้ คนถูกถามไม่รู้จะขำหรือร้องไห้ดี

แต่ ภาษีก้อนใหญ่ตั้ง 16,000 ล้านบาท กรมสรรพากรกลับไม่สนใจ ต้องให้ ผู้ว่าการ สตง. ออกมาไล่จี้จนเรื่องเข้า ครม. อีก 11 วันจะ หมดอายุความแล้ว ถ้าสรรพากรขยันแบบเดียวกับที่ไล่บี้เอกชน ผมเชื่อว่าทันยิ่งกว่าทัน

ก็เป็น อีกบทเรียน ใน การปฏิรูปประเทศ ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้อง “ปฏิรูป” ให้เกิดความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันในสังคมไทย

ไปดูรายละเอียดสักนิด เรื่องล่าสุดที่ ผู้ว่าการ สตง. ไล่จี้กรมสรรพากร งานนี้ สตง. แจ้งให้ กรมสรรพากร เรียกเก็บ ภาษีนักการเมือง สมัย รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กว่า 60 คน เพื่อให้การเก็บภาษีเกิดความเป็นธรรม

เพราะ สตง. ตรวจสอบ บัญชีทรัพย์สินนักการเมือง พบว่า หลายคนมีเงินเพิ่มจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่ เสียภาษีเงินได้ปกติ จึงได้ทวงถามไปยังกรมสรรพากร แต่ได้รับการชี้แจงว่า นักการเมืองเหล่านั้นไม่ได้ร่ำรวยผิดปกติ แต่ สตง.เห็นว่า เงินได้ที่เพิ่มขึ้นต้องเสียภาษี และต้องเร่งดำเนินการ เพราะการเรียกเก็บภาษีต้องทำภายใน 5 ปี หากพ้นเวลาไปก็ไม่สามารถเรียกเก็บภาษีตรงนี้ได้

ผู้ว่าการ สตง. กล่าวว่า สตง.ไม่ได้เจาะจงไปที่ใครคนใดคนหนึ่ง แต่ตรวจสอบทุกคน นักการเมืองกว่า 60 คน ไม่ได้สังกัดแค่ พรรคประชาธิปัตย์ และ พรรคเพื่อไทย เท่านั้น แต่เป็นนักการเมืองที่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินอยู่ในรัฐบาลทั้งสองชุด

ก็เป็นอีกเรื่องที่ขำไม่ออก

ความจริง นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต้อง “แสดงทรัพย์สิน” ต่อ ป.ป.ช. อยู่แล้ว สื่อเอามาเผยแพร่ทีก็ร้องอู้หูกันที นักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ไทยรวยกันเป็น 100 ล้าน หลายร้อยล้าน 1,000 ล้าน ทั้งที่ ประกอบอาชีพนักการเมือง และ ข้าราชการประจำ ไม่มีธุรกิจส่วนตัว แต่กลับมีเงินทองทรัพย์สินมากมาย

ที่น่าแปลกใจคือ กรมสรรพากรไม่สนใจที่จะตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่เกินรายได้เหล่านี้ได้มาอย่างไร มีการเสียภาษีเงินได้ถูกต้องแล้วหรือไม่ เหมือนในต่างประเทศ

ผมเห็นด้วยกับ คุณพิศิษฐ์ ผู้ว่าการ สตง.ว่า การเก็บภาษีต้องเป็นธรรม ไม่ใช่ไล่บี้แต่เอกชน แต่ไม่กล้าเก็บภาษีนักการเมืองและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ทั้งที่มีข้อมูลเห็นๆ

ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในชาติให้สำเร็จ ก็ต้องใช้ “ระบบภาษีที่เป็นธรรม” ไม่ว่า ประชาชน นักการเมือง ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ต้องเสียภาษีเท่าเทียมกัน งานนี้จะเป็น บทพิสูจน์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ อีกบท.

ขอขอบคุณ ไทยรัฐออนไลน์

goo.gl/odMjoj

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply




Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com