“เดินจุฬาฯ ” พระราชปณิธาน การศึกษาต้องลงทุน รอไม่ได้ #จุฬา100ปี

17353648_10158435584980154_5827530608523706523_n17353641_10158435585000154_2293632496878394919_n

เดิน” จุฬาฯ

มีคนบอกว่าจุฬาฯ เป็นสัญลักษณ์ของอนุรักษ์นิยม แต่ข้อเท็จจริงที่คนไม่ทราบก็คือ การตั้งจุฬาฯ เมื่อหนึ่งร้อยปีที่แล้ว เป็นความคิดที่ก้าวหน้ามาก ท่ามกลางกระแสคัดค้านในหมู่ชนชั้นนำว่า ไทยยังไม่พร้อม และไทยก็มีโรงเรียนสำหรับฝึกหัดข้าราชการอยู่แล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องมีมหาวิทยาลัย

เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) ได้ต่อว่าเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ว่า “ขืนตั้งราชวงศ์จักรีจะแย่ แต่ถ้าเจ้าคุณจะตั้ง ผมตายก็อย่ามาเผาผม เจ้าคุณตายผมก็จะไม่ไปเผาเจ้าคุณ มันยังไม่ถึงเวลาตั้ง”

ส่วนพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระจันทบุรีนฤนาท เสนาบดีกระทรวงคลังสมัยนั้น ถึงกับบันทึกว่า “การตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ได้นั้น เสนาบดีกระทรวงธรรมการจะพารัฐบาลเข้าปิ้งทางการเงิน”

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชปุจฉาถามไปยังเจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรีว่า เราพร้อมแค่ไหนที่จะมี “มหาวิทยาลัย” กลับทรงได้รับคำกราบบังคมทูลตอบว่า

“ถ้าถือเอาอ๊อกฟอร์ดหรือเคมบริดซ์เป็นมาตรฐาน เรายังไม่พร้อม จะต้องลงทุนรอนมากมายนัก…มหาวิทยาลัยเก่าของอังกฤษเท่ากับเป็นที่ประทับตราว่าคนนี้ออกไปทำงานอะไรๆ ก็ไว้ใจได้ เขาเป็นสุภาพบุรุษโดยสมบูรณ์แล้ว แต่มหาวิทยาลัยใหม่จะประทับตราให้ได้แต่เพียงว่า คนนี้มีวิชาเอนจิเนีย, แพทย์, กฎหมาย, วิทยาศาสตร์, อักษรศาสตร์ ฯลฯ…จำนวนนักเรียนจบมัธยมบริบูรณ์ของเรายังน้อยมาก ในแง่นี้แง่เดียวก็อาจมีผู้คัดค้านได้ว่ายังไม่ถึงเวลา”

พูดง่ายๆ คือ นอกจากจะหาโปรเฟสเซอร์มาสอนไม่ได้ เรายังไม่มีเงินทุน และไม่มีดิมานด์ แต่ในที่สุด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๖ มีพระราชปรารภว่า

“…จะไปมัวคอยให้ “ดิมานต์” เกิดเสียก่อนแล้วจึงขยับตัวตามอย่างไรได้… เดินเถิดอย่าคอยเวลาเลย อย่างไรเสียเราก็ต้องการมหาวิทยาลัย ตั้งเสียเดี๋ยวนี้ทีเดียว จะได้เป็นตลาดวิชาของเมืองไทย ไม่เป็นแต่เพียงที่เพาะข้าราชการไว้ใช้”

การสถาปนาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงอยู่บนฐานแนวพระราชดำริในรัชกาลที่ ๖ ประการสำคัญ ๒ ข้อ ที่เราไม่ค่อยพูดกัน กล่าวคือ

๑. ความกล้าหาญที่จะลงหลักปักฐานสิ่งที่เราเห็นเป็นอารยะ โดยไม่ใช้ข้ออ้างว่าเรายังไม่พร้อม

๒. ความเข้าใจที่ว่ามหาวิทยาลัยต้องไม่เป็นเพียงที่เพาะข้าราชการ ต้องไม่เป็นเพียงที่เพาะนักโน่นนักนี่เพื่อป้อนตลาดแรงงาน แต่ยังต้องเป็นสถานที่อันเปี่ยมด้วยเสรีภาพทางวิชาการ เป็น “ตลาดวิชา” อันส่งเสริมและพัฒนาให้นิสิตเป็น “สุภาพบุรุษโดยสมบูรณ์”

ในวันที่ประเทศไทยยังคงไม่พร้อมในหลายๆ เรื่อง และมหาวิทยาลัยทั่วไปยังเน้นเพาะความรู้ทางเทคนิคเพื่อป้อนตลาดแรงงานแต่ถ่ายเดียว โดยมักลืมมิติทางปัญญา จึงควรที่เราทั้งหลายจักได้น้อมระลึกถึงพระราชอัจฉริยภาพและพระมหากรุณาธิคุณอันไพศาลของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และรับใส่เกล้าฯ แนวพระราชปรารภซึ่งยังคงทันสมัยอยู่ในวันนี้

หมายเหตุ: บทความนี้ ได้เคยเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มี.ค. พ.ศ. 2556 และต่อมาได้รับความกรุณาจาก ผศ.ดร.ชัชพล ไชยพร Chachapon Jayaphorn กรุณาช่วยปรับถ้อยคำบางส่วนให้ถูกต้อง และแนะนำชื่อบทความ, เนื่องในโอกาสครบรอบ 100 ปี จุฬาฯ ที่กำลังจะมาถึง จึงได้นำมาเผยแพร่อีกครั้งครับ

Sirisak Borisutsawat

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply




Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com