ชบาตานี : ใช้…วัฒนธรรม…ดับไฟใต้!!

 หากจะพูดถึงปัตตานี

 อัตลักษณ์ของปัตตานี และความงดงามของเมืองตานี

คือ ดินแดนแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรม

ผู้ชม..บนสะพานลอย

หรือที่มีคำขวัญสั้นๆ

ว่า “ดินแดนสามวัฒนธรรม งามล้ำประเพณีท้องถิ่น”

ไม่ว่า จะเป็น ไทยพุทธ ไทยมุสลิม หรือ คนไทยเชื้อสายจีน

ปัตตานี จึงได้ชื่อว่า “ดินแดนแห่งสามวัฒนธรรม”

ไทยพุทธ มี วัด เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาในศาสนาพุทธ

ไทยมุสลิม มี มัสยิด เป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนาอิสลาม

และชาวไทยเชื้อสายจีน มี ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว เป็นสัญลักษณ์

ถึงแม้ ปัตตานีของเราจะมีผู้คนหลากหลายวัฒนธรรม

แต่……
พวกเราก็สามารถ 
“อยู่ร่วม” กันได้ อย่างมีความสุข!!!

ท่ามกลาง “ความหลากหลายทางวัฒนธรรม”

ถึงแม้ว่า…..

จะเป็นด้วยเพราะเหตุผลกลใดก็แล้วแต่

ที่มีผู้เจตนาดี ประสงค์ร้ายทำลายช่องว่างของคนทั้งสามวัฒนธรรมออกจากกัน

ทำให้เกิดความคลางแคลงใจต่อกัน

ไม่วางใจต่อกัน

แต่พวกเราก็คงจะปล่อยให้ “สัมพันธภาพ” ของพวกเรา

คนสามวัฒนธรรม จืดจางไปตามความต้องการของ  กระนั้นหรือ?“คนชั่ว”

พวกเรา “คนปลายด้ามขวาน” คงจะปล่อยให้เป็นเช่นนั้นมิได้!!

มาเถอะ..มาร่วม “คล้องดวงใจ” ร้อยรัดเป็นหนึ่งเดียว

เพื่อ “ปัตตานีของเรา”

และ

วันนี้ก็เป็นวันสำคัญของพวกเราอีกวัน

ที่พวกเราจะช่วยกันดับ “ไฟใต้” ให้มอด 

ด้วย “วัฒนธรรม”!!

ด้วยดำริของท่านผู้นำของเรา

นายอำเภอนักพัฒนา

นายลือชัย เจริญทรัพย์

นายอำเภอหนองจิก

ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการทุกภาคส่วน

รวมทั้ง พ่อค้า ประชาชน

ร่วมใจกันจัด “งานอนุรักษ์วัฒนธรรมอำเภอหนองจิก” ขึ้น

เพื่อใช้  มาช่วยดับไฟใต้“วัฒนธรรม”

ดังนั้น

วันนี้จึงเป็นอีกวันที่คนทั้งสามวัฒนธรรมในพื้นที่พร้อมใจกันมาร่วมกันจัดงานนี้ขึ้น

เพื่อความปรองดองของคนไทยในพื้นที่

เพื่อการกระชับความสัมพันธ์ของคนสามวัฒนธรรม

 

และเพื่อมาร่วมด้วยช่วยกัน “ดับไฟใต้” ให้มันดับมอดเร็วขึ้น!!

ภายในงาน จะมีขบวนแห่ของประชาชนแต่ละตำบล

ที่แสดงถึงแห่ง  ของแต่ละท้องถิ่น“ความเป็นอัตลักษณ์”

ซึ่งสะท้อนให้เห็นประเพณี วัฒนธรรม วิถีการดำเนินชีวิตของแต่ละพื้นที่ได้อย่างน่าชื่นชม

ท่านผู้ว่าเยี่ยมชมตามซุ้มต่างๆของแต่ละตำบล

 

ภายในงาน

แต่ละตำบลจะมาจัดซุ้มที่บ่งบอกได้ชัดเจนว่า

พวกเขามีวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างไร?

ขนมอาแป ขนมพื้นบ้านที่บางบอกถึงวิถีชีวิต

ตะแปมันไม้ คือ ข้าวหมากมันสำปะหลัง

ขนมบอระเพ็ด

ขนมคนที

ขนมเปลือกส้มโอแก้ว

หมี่หุนยำ

ขนมเจาะรู หรือ ขนมเจาะหู

กาละแมร์

ขนมเบื้องญวณ

ทำมาหากินด้วยอาชีพอะไร?

ทิ่มข้าว

 

สีข้าว

เขียนลายบนเรือฆอและ (แต่วันนี้มาเขียนบนร่ม)

ทำเครื่องมือจับปลา

เย็บแห

ทำผ้าคลุมผม(ผู้หญิง)

ทำหมวก(ผู้ชาย)

ทำปลาเค็ม

 

นอกจากนี้

ภายในงานยังมีการแสดงของประชาชนจากแต่ละหมู่บ้าน

รวมทั้ง

หน่วยงานภาครัฐมาร่วมกิจกรรมกันอย่างคับคั่ง

นายอำเภอกล่าวรายงาน

ผู้ว่าฯ ลั่นฆ้องเปิดงาน

โดยมี นายธีระ มินทราศักดิ์

ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

การแสดงบนเวที

ให้เกียรติมาเป็นประธานในงาน

วันนี้  ชบาตานีเดินจนทั่วงานจนเท้าระบมเลยแหละ

(ก็อยู่ฝ่าย ททท. = ทำเท่าทั่วไป)

เดินเก็บเกี่ยวความรู้และประสบการณ์

รวมทั้ง

ได้ศึกษาวิถีชีวิตของผู้คนแต่ละท้องถิ่นไปในตัว

ผลพลอยได้จากงานนี้

คือ ขนมในแต่ละซุ้ม

กินกันจนพุงปลิ้น กินไม่หมด ก็คด(ห่อ)กลับบ้าน

ชาวบ้านใจดีเอาของฝากใส่ติดไม้ติดมือมาอีกเต็มกระเป๋าทีเดียวเชียว

ทั้งหมดนี้ คือ ผลงานของชบาตานี (ศิษย์เก่า)

ลูกศิษย์จะขอถ่ายรูปด้วย(ต้องยอม) ผู้ชายอีกคน คือ ผู้ใหญ่บ้านค่ะ

อันนี้ชอบใจ เลยเอามาฝาก(จือปู หรือ ปิ่นโตโบราณ)

นี่แหละ  ของผู้คน“น้ำใจ”

หากใครไม่ได้มาสัมผัส จะไม่มีวันรู้หรอกว่า “ปัตตานี”

เป็นดินแดนที่น่าอยู่

เป็นดินแดนเป็นมิตรจิตมิตรใจ

เป็นดินแดนแห่งแห่งรอยยิ้ม

ที่ผู้คนมอบให้กันและกันอย่างเปิดเผยและด้วยความจริงใจ!!!

ขอบคุณ “ผู้ใหญ่” ใจดี

เฉกเช่น นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ

ที่ทำให้มีงานวันนี้

วันที่ คนบ้านเรามาร่วมกันชุมนุม

แลกเปลี่ยนเรียนรู้วัฒนธรรมกันและกัน

วันที่พวกเรา “คนสามวัฒนธรรม”

ได้มาพบปะ แลกรอยยิ้มแก่กันและกัน

เพื่อ “สานสัมพันธ์” ให้ “ใจ” ร้อยรัดเป็น “หนึ่งเดียว” อีกครั้ง!!

และหวังว่า การใช้ “วัฒนธรรม” เพื่อมาช่วยดับไปใต้ในครั้งนี้

พอที่จะให้พวกเราเห็นแสงสว่าง คือ “สันติ”

ณ ปลายอุโมงค์ ขึ้นบ้าง

แม้..ความหวังของเราจะริบหรี่

แต่ก็ยังดีกว่า  ไม่เห็นอะไรอยู่ ณ ปลายอุโมงค์!!!“มืดสนิท”

ภาพเหล่านี้…ชอบใจจึงนำมาฝาก

 

  

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

One Response to “ชบาตานี : ใช้…วัฒนธรรม…ดับไฟใต้!!”

  1. ภาณุมาศ ทักษณา

    ขอบคุณผู้ใช้นามว่า ชบาตานี ที่อนุญาตให้นำเรื่องนี้มาเผยแพร่ครับ

Leave a Reply




Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com