ประชาธิปไตย-เผด็จการ

ประชาธิปไตย-เผด็จการ

เสาวรีย์

โดย : หมัดเหล็ก  

        ระบอบการปกครองในปัจจุบัน มักจะพูดกันระหว่างขั้วอำนาจ ประชาธิปไตยกับเผด็จการ ฝ่ายที่มีผู้นำผูกขาดมีรัฐบาลทหารปกครองประเทศ มีการใช้อำนาจจากรัฐบาลกลางโดยตรง ประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการปกครองไม่มีการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนก็จะถูกมองว่าเป็นประเทศเผด็จการ ส่วนโลกของประชาธิปไตย ในอุดมคติประชาชนจะต้องมีอิสระเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นมีสิทธิ และ เสรีภาพในการตัดสินใจ เคารพในเสียงข้างมาก มีรัฐธรรมนูญสูงสุดในการปกครองประเทศ มีทางเลือกสาธารณะ มีความเท่าเทียมเยอะไปหมด

      บางประเทศอ้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแต่ก็ได้ รัฐบาลที่มาจากทหารเพียงแต่ผ่านการเลือกตั้งมาเท่านั้น บางประเทศที่อ้างความเป็นประชาธิปไตย  ก็มีผู้นำที่ผูกขาดอำนาจ โดยอาศัย ความไม่ชอบธรรมในการสร้างอำนาจ บางประเทศประชาชนก็สำลัก ประชา ธิปไตยมากเกินไปจนไม่รู้และสำนึกถึงประชาธิปไตยที่แท้จริงว่าคืออะไรแต่กลับใช้ระบอบประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือในการช่วงชิงอำนาจทางการเมืองจนบ้านเมืองวุ่นวาย

      วันนี้การเปลี่ยนแปลงการปกครองของประเทศไทยมาเป็นระบอบประชาธิปไตยครบ 80 ปีเต็ม แต่ความสำนึกในระบอบและวิถีของประ-ชาธิปไตย ยังอยู่ในระดับอนุบาล ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน อดีตประธาน รัฐสภาพูดถึงเรื่อง 80 ปีกับการพัฒนาประชาธิปไตยประเทศไทยเอาไว้น่าคิด

      สังคมแบบวิถีประชาธิปไตยที่ถูกต้องตามแบบนานาอารยประเทศ ยังไม่ได้ฝังลึกในสังคมไทยเท่าที่ควรตั้งแต่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 แม้จะเริ่มต้นด้วยทิศทางประชาธิปไตยมาเป็นเวลาถึง 15 ปีก็มาสะดุดลงเมื่อมีการรัฐประหารปี 2490 นับตั้งแต่นั้นมาอำนาจสูงสุดในการปกครองประเทศแทบไม่ได้ตกมาอยู่ในมือของประชาชน

      มีการรัฐประหาร ยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญ อยู่ภายใต้การปกครองใน รูปแบบเผด็จการอำนาจนิยม เกิดการรัฐประหาร 11 ครั้ง กบฎ11 ครั้งมีพรรคการเมืองมาแล้วกว่า 300 ชื่อมีนายกฯ มาแล้ว 28 คนมีรัฐบาลบริหารประเทศ 60 ชุด ได้นายกฯ ที่มาจากทหารหรือได้รับการสนับสนุนจากคณะทหารรวมแล้วอยู่ในตำแหน่งบริหารประเทศเป็นเวลา 50 ปี นายกฯ ที่มาจากการเลือกตั้งอยู่ในตำแหน่งไม่ถึง 30 ปี

      มีการเลือกตั้งมาแล้ว 25 ครั้ง มีประธานรัฐสภา 28 คน มีสภาผู้แทนราษฎร 24 ชุด สรุปแล้ว แม้จะมีความพยายามที่จะนำไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง พยายามจะให้อำนาจตกอยู่ในมือประชาชนอย่างแท้จริง  ก็ไม่เคยประสบผลสำเร็จอย่างยั่งยืน ล้มลุกคลุกคลานมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน

      ความจริงที่ต้องยอมรับก็คือการต่อสู้ระหว่างสองขั้วอำนาจยังดำเนินต่อไปเพียงแต่เปลี่ยนรูปแบบเครื่องมือกลไกในการที่จะช่วงชิงอำนาจไปในต่างกรรมต่างวาระและวิธีการในระยะหลังๆ จะได้ยินคำว่ายึดอำนาจ อารยะขัดขืน กระชับพื้นที่ ตุลาการภิวัฒน์ เป็นวิถีทางของการพัฒนารูปแบบหนึ่งแทนคำว่าปฏิวัติรัฐประหารที่ล้าสมัยไปแล้ว.

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply




Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com