เฉลิมชัย ยอดมาลัย : กลัวทำไม กับ ม.112 หากไม่….

กลัวทำไม กับม.112 หากไม่….

                                                        เฉลิมชัย ยอดมาลัย

 

 

 

         เหตุใดคนไทยกลุ่มหนึ่งจึงกระเหี้ยนกระหือรือ  ทุรนทุรายเรียกร้องให้ยกเลิกการบังคับใช้  ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112  ราวกับว่า  เมื่อมีกฎหมายนี้แล้ว  จะทำให้พวกเขาและบรรพบุรุษของเขาหายใจไม่ออก  กินนอนไม่ได้  ขับถ่ายไม่สะดวก  ช่างน่าสงสัยจริง ๆ ว่า  ทำไมคนพรรค์นี้จึงเจาะจงให้ยกเลิกเพียงมาตราเดียว  เหตุใดไม่เรียกร้องให้แก้ไข  หรือ  ล้มล้างกฎหมายมาตราอื่น ๆ ด้วย 
         หากว่ากันตามตรรกะของสังคมที่ศิวิไลซ์แล้ว  กฎหมาย  คือ  กฎระเบียบและข้อบังคับประจำสังคม  หากไม่มีผู้ใดจงใจละเมิดกฎหมาย  ก็ไม่เคยปรากฎว่ากฎหมายจะสามารถเอาผิดผู้บริสุทธิ์ได้  แต่สำหรับเมืองไทย  อาจมิใช่สังคมศิวิไลซ์เต็มรูปแบบ  เนื่องจากต้นขบวนของกระบวนการยุติธรรมของเรา โดยเฉพาะตำรวจจำนวนหนึ่ง  ยังทำหน้าที่ไม่โปร่งใส  แถมยังทำงาน  เพื่อเอาใจนักการเมืองสายพันธุ์สามานย์  ซึ่งมีบรรพบุรุษถือกำเนิดมาจาก  นรกภูมิบางขุม  อีกด้วย 
        แต่ถึงกระนั้น  วิญญูชนในสังคมไทยก็มิได้ปล่อยให้  บุคลากรสามานย์ในกระบวนการยุติธรรมสามารถ  ทำอะไรได้ตามอำเภอใจไปเสียทุกกรณี  ดังนั้นจึงทำให้ตำรวจสามานย์  และ  บุคลากรในกระบวนการยุติธรรม  ที่มีใจไม่เที่ยงธรรม  ไม่สามารถใช้อำนาจได้โดยพลการ  โดยขาดการตรวจสอบและถ่วงดุลจากภาคประชาสังคม  ที่เป็นวิญญูชนโดยแท้จริง 
        วิญญูชนรู้ดีว่าในสังคมไทย  มีขบวนการโค้นล้มสถาบันพ
ระมหากษัตริย์ ขบวนการนี้  พยายามล้มล้างสถาบันฯ  ให้จงได้ด้วยเล่ห์เพทุบายสารพัด  คนกลุ่มนี้มักอ้างโดยขาดข้อพิสูจน์เชิงประจักษ์ว่า  สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เบื้องหลังการทำรัฐประหาร  

        คนพวกนี้ได้แก่  กลุ่มคนบางกลุ่มที่สอนหนังสืออยู่ตามมหาวิทยาลัย  แต่ไม่เคยสัมผัสความเป็นจริงในสังคมไทย  คนพวกนี้มักอยู่ในคณะด้านสังคมศาสตร์  เช่น  รัฐศาสตร์  นิติศาสตร์  (คนพรรค์นี้มีไม่ถึง 3 เปอร์เซ็นต์ของคณาจารย์ทั้งคณะ)  กลุ่มคนเสื้อแดงผู้นิยมความรุนแรง  ซึ่งมีแกนนำกลุ่มเป็นผู้คลั่งไคล้ลัทธิคอมมิวนิสต์ยุคโบราณ  รวมถึง  พวกคนแก่หน้าโง่ที่มีจมูกไว้ให้แกนนำคนเสื้อแดงสายคอมมิวนิสต์จูง ไปก่อเหตุวุ่นวาย  เป็นระยะ ๆ กับพวกเด็กรุ่นใหม่ไร้ปัญญา  แต่อยากเด่นดัง  เพราะเข้าใจผิดคิดว่า  การด่าประณามสถาบันกษัตริย์  คือเรื่องเก๋ไก๋  เป็นการแสดงความกล้าหาญ 
        ขอย้ำอีกครั้งว่า  พวกที่ต้องการให้ยกเลิกมาตรา 112  ส่วนใหญ่  ไม่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์  มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ซึ่งเรื่องนี้เป็นความจริงที่คณาจารย์และนิสิตนักศึกษาในมหาวิทยาลัย  ซึ่งคนเหล่านั้นทำงานอยู่ต่างก็รู้ดี  คนพวกนี้  ดีแต่แอบนินทา  พระราชวงศ์ให้นิสิตนักศึกษาฟัง เพราะรู้ดีว่านิสิตไม่ต้องการต่อปากต่อคำ  แต่คนพรรค์นี้ไม่เคยมีหลักฐานชัด ๆ ประกอบคำว่าร้ายต่าง ๆ  แต่มักจะอ้างเอกสารต่างประเทศซึ่งเลื่อนลอยบ้าง  อ้างลมอ้างแล้งบ้าง  ซึ่งมิใช่วิสัยของนักวิชาการที่แท้จริง 
        วิญญูชนรู้ดีว่า  กลุ่มที่ต้องการให้ล้มล้างมาตรา112  ต้องการประณามและด่าทอสถาบันพระมหากษัตริย์  แต่กลัวต้องติดคุกติดตะราง  ดังนั้น  จึงต้องกระเสือกกระสน  ทุรนทุราย  ให้ยกเลิกมาตรานี้  เพื่อตนจะได้ด่าทอได้สะดวก  นิสัยเช่นนี้  หรือ  คือนิสัยของนักปราชญ์  น่าสงสารแวดวงวิชาการของไทย  เสียเหลือเกิน

  ขอขอบคุณ แนวหน้า

About blogger

สำนักข่าวเจ้าพระยา

Leave a Reply







1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com